- ครู กศน.ตำบล
- ข่าวกิจกรรม กศน.ตำบล
- จำนวนการเข้าชม: 730

นางสาวสายชล แตงไทย
ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบลเขากะลา
เบอร์โทร 056-267-523
ประกาศ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครสวรรค์
เรื่อง รับสมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อจ้างเหมาบริการ
ประกาศสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครสวรรค์
เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาประกวดราคาซื้อหนังสือเรียนภาคเรียนที่ 1/2568
ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลายด้วยวิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
ประกาศเรื่อง ประกวดราคาซื้อหนังสือเรียนภาคเรียนที่ 1/2568
ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์



สอบวัดความรู้ระดับชาติ (n-net) ในวันที่ 7 มีนาคม 2564 ณ โรงเรียนพยุหะวิทยาคม

กศน.ตำบลเขากะลา จัดสอนอาชีพการทำขนมทองม้วนสด ให้กับประชาชนตำบลเขากะลา อำเภอพยุหะคีรี
หน้าที่ 1 จาก 2
วันนี้ (2 มี.ค.2569) สำนักข่าว CNN รายงานว่า กองทัพสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่าเครื่องบินรบ 3 ลำของสหรัฐฯ ตกในคูเวต ซึ่งเป็นผลมาจากการยิงที่ผิดพลาด
หน่วยบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตก ว่า เป็นอุบัติเหตุ “friendly fire” หรือการยิงถูกฝ่ายเดียวกันเองโดยไม่ได้ตั้งใจ
แถลงการณ์ของ CENTCOM ระบุอีกว่า ในขณะที่มีการสู้รบ ซึ่งรวมถึงการโจมตีทางอากาศจากเครื่องบินรบ ขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านนั้น เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ถูกกองทัพอากาศคูเวตพลาดยิงถูกเข้า และขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัด
ทั้งนี้ เครื่องบินที่ตกเป็นแบบ F-15E โดยขณะที่ตกมีผู้ถ่ายวิดีโอนำมาโพสต์โซเชียลมีเดีย จากภาพพบว่ามีประกายไฟบริเวณส่วนท้ายของเครื่องในขณะที่เครื่องบินดิ่งลงกระแทกพื้นในรัศมี 10-30 กิโลเมตร ใกล้กับฐานทัพอาลี อัล ซาเล็ม ของสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ในคูเวต
โฆษกกระทรวงกลาโหมคูเวต ระบุว่า ทันทีที่เกิดเหตุได้ส่งทีมกู้ภัยเข้าช่วยเหลือและนำตัวนักบินส่งโรงพยาบาล ล่าสุดทุกคนอาการคงที่ ด้านกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่านักบินทั้ง 6 คนปลอดภัย
เหตุการณ์เครื่องบินรบสหรัฐฯ ตกครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่สงครามในตะวันออกกลางกำลังขยายวงกว้าง และยังเกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกับที่มีรายงานพบกลุ่มควันลอยขึ้นจากสถานทูตสหรัฐฯ ในคูเวต
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ส่งเครื่องบินรบหลายแบบเข้าประจำการในตะวันออกกลาง รวมถึง F-18, F-16, F-22, F-35, A-10 และโดรนติดอาวุธ MQ-9
อ่านข่าว
ซาอุฯ ประณาม "อิหร่าน" ขี้ขลาด ส่งโดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันใหญ่สุดประเทศ
อิหร่าน ประกาศสิทธิตอบโต้ สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ที่รุกรานสังหารผู้นำ
ปรับแผนซื้อ "น้ำมัน-ก๊าซ" ป้องกันขาดแคลนจากวิกฤตตะวันออกกลาง
วันนี้ (2 มี.ค.2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า ในมุมมองด้านการพาณิชย์ ผลกระทบยังอยู่ในวงที่จำกัด ประเมินว่าสัดส่วนรายได้ที่เกิดขึ้นจากการค้าขาย ทั้งนำเข้าและส่งออกยังเป็นปริมาณไม่มาก เช่น อิสราเอลมีสัดส่วน0.2% ของจำนวนการส่งออกทั้งหมดของประเทศ
ขณะที่อิหร่านมีสัดส่วนการค้ากับไทยเพียง 0.02 % เท่านั้น ดังนั้นไม่ได้กระทบมากโดยตรงกับประเทศคู่ขัดแย้ง แต่สิ่งที่ต้องพึงระวัง คือ ภาพรวมโดยรวมของภูมิภาคตะวันออกกลาง เพราะตลาดของตะวันออกกลางก็ยังมีมูลค่าของการที่ไทยค้าขายระหว่างการอยู่ประมาณ 4-5 % ถือว่าไม่มากนัก
สิ่งที่ต้องระวังอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นผลกระทบทางอ้อม คือ การพาณิชย์กับภูมิภาคอื่น เพราะอาจจะกระทบเรื่องของการขนส่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของยุโรป ซึ่งอาจจะมีประเด็นที่ต้องระวังเพิ่มเติมมากขึ้น
ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์จะต้องเฝ้าระวังต่อไป กระทรวงพาณิชย์เองจะมีมาตรการหลักๆ เช่น การดูแลการบริหารจัดการราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศ ไม่ให้เสียโอกาสในการขึ้นราคาที่ไม่ถูกต้องสอดคล้องกับต้นทุน การจัดหาแหล่งวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตสำรอง เพราะเรามีวัตถุดิบและสิ่งที่เราได้นำเข้า โดยเฉพาะเรื่องพลังงานที่มาจากบริเวณตะวันออกกลาง ดังนั้นต้อง ร่วมกับเอกชนในการหาแหล่งวัตถุดิบและสำรอง
และเร่งตั้งศูนย์รับข้อชี้แนะและให้คำปรึกษา ซึ่งสามารถติดต่อได้ที่ 1169 ตลอดเวลา ทั้งเรื่องการขนส่ง การประสานงานกับผู้บริการขนส่งทางเรือ ซึ่งเป็นศูนย์ที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจในกิจกรรมนี้ รวมถึงการทำงานร่วมกันเชิงรุกกับทูตพาณิชย์ที่อยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มของประเทศที่มีผลกระทบโดยตรง ให้มีการติดตามอย่างใกล้ชิดและให้รายงานสถานการณ์ทางการค้ามา เพื่อเราจะได้จัดการได้อย่างถูกวิธี ต้องช่วยกันวิเคราะห์เรื่องผลกระทบ อัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพร่วมกันกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ
อ่านข่าว:
อิหร่าน ประกาศสิทธิตอบโต้ สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล ที่รุกรานสังหารผู้นำ
ขัดแย้ง “ตะวันออกกลาง” สนค.ชี้ น้ำมันพุ่ง ตลาดทุนผันผวน ท่องเที่ยวชะลอ
จีน-รัสเซีย ซัดสหรัฐ ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ย้ำจุดยืนสันติภาพตะวันออกกลาง
วันนี้ (2 มี.ค.2569) อิหร่านออกแถลงการณ์ จากกรณีสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ปฏิบัติการทหารโจมตีอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ของอิหร่าน ว่าเป็นการใช้กำลังละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่าน ซึ่งการกระทำดังกล่าวขัดต่อมาตรา 2 วรรค 4 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และเข้าข่ายการรุกรานตามกฎหมายระหว่างประเทศ
โดยการโจมตีครั้งแรกเกิดขึ้นที่ โรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมินาบส่งผลให้ เด็กหญิงเกือบ 200 คนเสียชีวิต โดยเหตุการณ์รุกรานเกิดขึ้นในช่วงที่ อิหร่านและสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการเจรจาทางการทูต พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การโจมตีสะท้อนถึงการเตรียมการล่วงหน้า ตั้งแต่ช่วงที่เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เดินทางไปเยือนสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า การเจรจาเหล่านั้นเป็นเพียง "การหลอกลวง"
แถลงการณ์ย้ำว่า ปฎิบัติการลอบสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน "อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี" ถือเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจที่สุด โดยระบุว่าเป็นการละเมิดหลักศีลธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน
รัฐบาลอิหร่านประกาศว่า จะใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ พร้อมยืนยันว่า กองทัพเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ ขอเตือนว่าผู้ที่เริ่มต้นความขัดแย้ง อาจไม่สามารถกำหนดจุดสิ้นสุดของมันได้ การลอบสังหารผู้นำสูงสุดได้สร้างบาดแผลลึกในหัวใจของชนชาติอิหร่าน
นอกจากนี้ อิหร่านยังร้องขอให้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จัดประชุมฉุกเฉิน เพื่อพิจารณาเหตุการณ์การละเมิดสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินการอาจเผชิญอุปสรรคทางการเมือง พร้อมเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคและกลุ่มไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด แสดงจุดยืนประณามการกระทำที่เกิดขึ้น การเพิกเฉยจะยิ่งทำให้ผู้รุกรานได้ใจ และเป็นการทำลายหลักนิติธรรมรวมถึงกฎบัตรสหประชาชาติ
อิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อการรุกรานของต่างชาติ และจะยืนหยัดปกป้องอธิปไตยของตนอย่างเด็ดขาด เพื่อให้ผู้รุกรานต้องเสียใจกับการกระทำของตน
อิหร่านคาดหวังว่าประเทศเพื่อนบ้าน จะไม่อนุญาตให้ผู้รุกรานใช้ดินแดนหรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการโจมตีอิหร่าน ตามกฎหมายระหว่างประเทศ การกระทำดังกล่าว ถือเป็นการมีส่วนร่วมในการรุกราน และอิหร่านมีสิทธิ์ในการดำเนินมาตรการตอบโต้ต่อแหล่งที่มาของการรุกรานนั้นๆ
ที่มา : แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
อ่านข่าว
นักวิชาการมองตะวันออกกลางขัดแย้งบานปลาย-ปิดประตูตายเจรจา
นายกฯ อังกฤษ เผยตอบรับให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโจมตีเชิงป้องกันขีปนาวุธอิหร่าน
72 ชม.เขย่าตะวันออกกลาง เรารู้อะไรบ้างจากการโจมตี "อิหร่าน" ของสหรัฐฯ-อิสราเอล
วันนี้ (2 มี.ค.2569) “เว็บไซต์ฮั่วเซ่งเฮง” วิเคราะห์ ทองโลกมีการปรับตัวขึ้น หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต และทางฝั่งอิหร่าน ตอบโต้ด้วยการระดมยิงขีปนาวุธเข้าใส่เป้าหมายในหลายประเทศที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ รวมถึงจะไม่มีการตั้งโต๊ะเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านตามที่ ปธน.ทรัมป์ เสนอทางออกให้อิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะการเจรจาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ดัชนีเงินดอลลาร์มีแนวโน้มแข็งค่า ในขณะที่ตลาดยังคงจับตาช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งแม้ว่ารัฐบาลอิหร่านจะยังไม่ประกาศปิดช่องแคบอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานจากเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรป (EU) ว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เริ่มส่งสัญญาณวิทยุเตือนไม่ให้เรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดที่สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเงินเฟ้อให้สูงขึ้น และเป็นอุปสรรคในการลดดอกเบี้ยของเฟด
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตามคืนนี้เวลา 22.00 น. สหรัฐฯ เผยดัชนี PMI ภาคการผลิตจาก ISM เดือน ก.พ. และดัชนีราคาภาคการผลิตจาก ISM เดือน ก.พ.วิเคราะห์ราคาทองโลกยังสามารถยืนเหนือแนวรับที่ 5,350 ดอลลาร์ ประเมินว่า ทองโลกมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทดสอบแนวต้านบริเวณ 5,455 และ 5,480 ดอลลาร์ และอาจมีการพักตัวลงในภายหลัง แต่หากทองโลกหลุดแนวรับที่ 5,315 ดอลลาร์ ทองโลกอาจปรับฐานลงระยะสั้น
ส่วนราคาทองในประเทศอยู่ในระยะขาขึ้นตามทองโลก ค่าเงินบาทอ่อนค่าหนุนจากดอลลาร์แข็ง จึงแนะนำทยอยขายตามแนวต้านที่ระดับ 80,800 บาท และทยอยซื้อตามแนวรับที่ 79,800 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 79,600 บาท ลงไป แนะขายตัดขาดทุน
ครั้งที่ 42 บวก 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 80,050 บาท
• ขายออก บาทละ 80,250 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,453 บาท
• ขายออก บาทละ 81,050 บาท
ครั้งที่ 41 ลบ 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 80,000 บาท
• ขายออก บาทละ 80,200 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,407.52 บาท
• ขายออก บาทละ 81,000 บาท
ครั้งที่ 40 บวก 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 80,100 บาท
• ขายออก บาทละ 80,300 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,498.48 บาท
• ขายออก บาทละ 81,100 บาท
ครั้งที่ 39 บวก 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 80,050 บาท
• ขายออก บาทละ 80,250 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,453 บาท
• ขายออก บาทละ 81,050 บาท
ครั้งที่ 38 ลบ 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 80,000 บาท
• ขายออก บาทละ 80,200 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,407.52 บาท
• ขายออก บาทละ 81,000 บาท
ครั้งที่ 37 ลบ 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 80,050 บาท
• ขายออก บาทละ 80,250 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,453 บาท
• ขายออก บาทละ 81,050 บาท
ครั้งที่ 36 ลบ 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 80,150 บาท
• ขายออก บาทละ 80,350 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,543.96 บาท
• ขายออก บาทละ 81,150 บาท
ครั้งที่ 35 ลบ 150 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 80,250 บาท
• ขายออก บาทละ 80,450บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,650.08 บาท
• ขายออก บาทละ 81,250 บาท
ครั้งที่ 34 บวก 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 80,400 บาท
• ขายออก บาทละ 80,600 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,786.52 บาท
• ขายออก บาทละ 81,400 บาท
ครั้งที่ 33 บวก 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 80,300บาท
• ขายออก บาทละ 80,500 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,695.56 บาท
• ขายออก บาทละ 81,300 บาท
ครั้งที่ 32 ลบ 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 80,250 บาท
• ขายออก บาทละ 80,450 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,650.08 บาท
• ขายออก บาทละ 81,250 บาท
ครั้งที่ 31 บวก 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 80,300 บาท
• ขายออก บาทละ 80,500 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,695.56 บาท
• ขายออก บาทละ 81,300 บาท
ครั้งที่ 30 ลบ 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 80,200 บาท
• ขายออก บาทละ 80,400 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,589.44 บาท
• ขายออก บาทละ 81,200 บาท
ครั้งที่ 29 บวก1 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 80,300 บาท
• ขายออก บาทละ 80,500 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,695.56 บาท
• ขายออก บาทละ 81,300 บาท
ครั้งที่ 28 บวก 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 80,150 บาท
• ขายออก บาทละ 80,350 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,543.96 บาท
• ขายออก บาทละ 81,150 บาท
ครั้งที่ 27 บวก 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 80,050 บาท
• ขายออก บาทละ 80,250 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,453 บาท
• ขายออก บาทละ 81,050บาท
ครั้งที่ 26 บวก 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,950 บาท
• ขายออก บาทละ 80,150 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,346.88 บาท
• ขายออก บาทละ 80,950 บาท
ครั้งที่ 25 บวก 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,900 บาท
• ขายออก บาทละ 80,100 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,301.40 บาท
• ขายออก บาทละ 80,900บาท
ครั้งที่ 24 บวก 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,800 บาท
• ขายออก บาทละ 80,000 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,210.44 บาท
• ขายออก บาทละ 80,800 บาท
ครั้งที่ 23 บวก 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,750 บาท
• ขายออก บาทละ 79,950 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,149.80 บาท
• ขายออก บาทละ 80,750 บาท
ครั้งที่ 22 บวก 100บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,650 บาท
• ขายออก บาทละ 79,850 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 78,058.84 บาท
• ขายออก บาทละ 80,650 บาท
ครั้งที่ 21 บวก 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,550 บาท
• ขายออก บาทละ 79,750 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,952.72 บาท
• ขายออก บาทละ 80,550 บาท
ครั้งที่ 20 บวก 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,500 บาท
• ขายออก บาทละ 79,700 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,907.24 บาท
• ขายออก บาทละ 80,500 บาท
ครั้งที่ 19 บวก 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,450 บาท
• ขายออก บาทละ 79,650 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,861.76 บาท
• ขายออก บาทละ 80,450 บาท
ครั้งที่ 18 บวก 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,400 บาท
• ขายออก บาทละ 79,600 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,816.28 บาท
• ขายออก บาทละ 80,400บาท
ครั้งที่ 17 ลบ 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,350 บาท
• ขายออก บาทละ 79,550 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,755.64 บาท
• ขายออก บาทละ 80,350 บาท
ครั้งที่ 16 บวก 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,400 บาท
• ขายออก บาทละ 79,600 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,816.28 บาท
• ขายออก บาทละ 80,400 บาท
ครั้งที่ 15 บวก 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,350 บาท
• ขายออก บาทละ 79,550 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,755.64บาท
• ขายออก บาทละ 80,350 บาท
ครั้งที่ 14 ลบ 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,300 บาท
• ขายออก บาทละ 79,500 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,710.16 บาท
• ขายออก บาทละ 80,300 บาท
ครั้งที่ 13 ลบ 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,400 บาท
• ขายออก บาทละ 79,600 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,816.28 บาท
• ขายออก บาทละ 80,400 บาท
ครั้งที่ 12 บวก 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,450 บาท
• ขายออก บาทละ 79,650 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,861.76 บาท
• ขายออก บาทละ 80,450 บาท
ครั้งที่ 11 บวก 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,350 บาท
• ขายออก บาทละ 79,550 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,755.64 บาท
• ขายออก บาทละ 80,350บาท
ครั้งที่ 10 บวก 100 0 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,250 บาท
• ขายออก บาทละ 79,450 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,664.68 บาท
• ขายออก บาทละ 80,250 บาท
ครั้งที่ 9 บวก 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,150 บาท
• ขายออก บาทละ 79,350 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,573.72 บาท
• ขายออก บาทละ 80,150 บาท
ครั้งที่ 8 บวก 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,100 บาท
• ขายออก บาทละ 79,300 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,513.08 บาท
• ขายออก บาทละ 80,100 บาท
ครั้งที่ 7 บวก 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 79,050. บาท
• ขายออก บาทละ 79,250 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,467.60 บาท
• ขายออก บาทละ 80,050 บาท
ครั้งที่ 6 บวก 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 78,950 บาท
• ขายออก บาทละ 79,150 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,376.64 บาท
• ขายออก บาทละ 79,950บาท
ครั้งที่ 5 บวก100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 78,850 บาท
• ขายออก บาทละ 79,050 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,270.52 บาท
• ขายออก บาทละ 79,850 บาท
ครั้งที่ 4 บวก 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 78,750 บาท
• ขายออก บาทละ 78,950 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,179.56 บาท
• ขายออก บาทละ 79,750 บาท
ครั้งที่ 3 บวก 50 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 78,700 บาท
• ขายออก บาทละ 78,900 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,118.92บาท
• ขายออก บาทละ 79,700 บาท
ครั้งที่ 2 บวก 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 78,650 บาท
• ขายออก บาทละ 78,850 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 77,073.44 บาท
• ขายออก บาทละ 79,650 บาท
ครั้งที่ 1 บวก 1,150 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 78,550 บาท
• ขายออก บาทละ 78,750 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 76,982.48 บาท
• ขายออก บาทละ 79,550 บาท
อ่านข่าว:
สรุปราคาทองคำ 2 มี.ค. 2569 ผันผวน 42 ครั้ง + 2,650 “ทองแท่ง” ขายออกทะลุ 80,250 บาท
ตลาดทุนโลกสะเทือน วิกฤตตะวันออกกลาง ดัน "ราคา" น้ำมัน-ทองคำพุ่ง
ราคาทองคำ เปิดตลาดพุ่งแรง +1,450 สงครามสหรัฐฯ – อิหร่านไม่จบ