หมู่ 10 บ้านพุวิเศษ ต.เขากะลา อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ 60130 081-4161915 saichontangthai@gmail.com วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 09.00 น. - 16.00 น.
ครู กศน.ตำบลเขากะลา

IMG 8622.jpq

นางสาวสายชล  แตงไทย

ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบลเขากะลา

 เบอร์โทร 056-267-523

 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครสวรรค์
ไม่พบฟีด
แพลตฟอร์ม กศน.นครสวรรค์

จำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์
040274
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ผู้เข้าชมทั้งหมด
37
89
313
39640
1306
851
40274

Your IP: 216.73.216.81
2026-03-27 07:34

ศกร.ตำบลเขากะลาเปิดรับนักศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567

ครู กศน.ตำบล

ข่าวประชาสัมพันธ์ ไทยพีบีเอส

ข่าวไทยพีบีเอส - home

27 มีนาคม 2569

ข่าวที่คุณวางใจ โดยสำนักข่าวไทยพีบีเอส ติดตามข่าวและสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศได้ที่นี่่
  • สภาฯ "ล่ม - ไม่ล่ม" สส.รัฐบาลต้องคุมเกม
    27 มีนาคม 2569

    จำนวนเสียง สส. พรรคร่วมรัฐบาล ที่โหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2569 อาจไม่ใช่เรื่องยาก..ที่จะรวบรวมเพื่อโหวตเห็นชอบกันเมื่อ 7 วันก่อน แต่ก็อาจไม่ใช่เรื่องง่าย..ที่นับจากนี้ไป จะต้องรักษาไว้ให้ "คงที่" เท่าเดิม 293 เสียง เพื่อเสถียรภาพที่ตลอดรอดฝั่ง

    เสียง "สส." โหวตเห็นชอบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2569 รวม 293 เสียง จะว่า "เท่าทุน" 16 พรรคร่วมรัฐบาล 292 ก็ไม่เชิง

    นั่นเพราะในจำนวนนี้ ต้อง "งดออกเสียง" ตามประเพณีปฏิบัติ คือเสียงของ สส.ที่นั่งเก้าอี้ ประธานและรองประธาน "บวกกับ" เสียงของนายอนุทิน ในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อ และยังมี สส.ลาประชุมอีก 1 คน สส.พรรคไทยสร้างไทย ที่โหวตสวนอีก 1 คน นั่นเท่ากับหายไป 6 เสียง ดังนั้นเสียงที่เป็นทุนเดิมจริง ๆ คือ 286 เสียง

    หากแต่การโหวตครั้งนั้น พรรคร่วมรัฐบาล มีเสียงเพิ่มเข้ามาจาก สส.พรรคไทยรวมพลัง 6 เสียง สส.พรรคประชาชน 1 เสียง และถูกเรียกว่า "งูเห่าสีส้ม" และอัปเดตก็ย้ายเก้าอี้จากฝั่งฝ่ายค้าน พรรคประชาชน มานั่งที่ ฝั่งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยแล้วด้วย นี่ต่างหากที่เป็นเสียงจริง 293 เสียงที่โหวต

    และถ้าจะให้นับกันแบบเน็ต ๆ ต้องเอา 292 + 7 จึงจะหมายถึงเสียง "สส." พรรคร่วมรัฐบาลและเสียง "สส." ที่ร่วมสนับสนุนรัฐบาล 300 เสียงเป๊ะ

    รวม สส.พรรคร่วมรัฐบาลหรือที่สนับสนุนรัฐบาล จะ 292 เสียง หรือ 293 เสียง หรือจะ 300 เสียงอย่างที่ว่า อาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ "เสียงข้างมากในสภาฯ" ที่จะต้องทำหน้าที่ "รักษาองค์ประชุม" ในทุกนัดไป เพราะเพียงแค่สัปดาห์แรก ประธานสภาฯ ยังต้อง "งดการประชุม" ไป 1 วัน อาจเพราะกลัวสภาฯ ล่ม

    สำหรับสัปดาห์นี้ เมื่อวาน (26 มี.ค.) สภาฯ "งดประชุม" แต่เมื่อวันก่อน เปิดประชุมพิจารณา 6 ญัตติ เรื่องวิกฤตพลังงาน และตกลงกันแล้ว จะไม่มีการเปิดโหวต หากแต่ "เห็นชอบ" โดยไม่มีผู้เห็นต่าง-คัดค้าน ก็จัดส่งรัฐบาล เพื่อเป็นข้อเสนอแนะได้ แต่นับจากสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป อาจเกิดภาวะเสี่ยง "สภาฯ ล่ม" ให้เสียชื่อได้

    เหตุผลหนึ่ง..ก็เพราะยังคงอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านรับงานต่อ จาก "ครม.รักษาการ" กับ "ครม.ชุดใหม่" และอีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะ สส.บางคน มีชื่อเป็นรัฐมนตรีใน "ครม.อนุทิน 2" โดยตามโผ ครม. ใน 35 ชื่อ มี สส. 24 คน โดยเป็น สส.พรรคภูมิใจไทย 16 คน เป็น สส.พรรคเพื่อไทย 8 คน

    และถ้าจะนับตามโควตาตำแหน่ง ประธานกรรมาธิการสามัญของสภาฯ เพราะ "สส." คงจะได้ ประธานกรรมาธิการสามัญ ของสภาฯ จากทั้งหมด 35 คณะ นี่ก็อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เสียง สส. ในพรรคร่วมฯ รัฐบาลจะหายไป คิดคร่าว ๆ สำหรับพรรค "ภูมิใจไทย-เพื่อไทย" ก็น่าจะไม่น้อยกว่า 10 ถึง 15 คน ตามสัดส่วน สส.ของสภาฯ ทั้งชุด ชุดที่ 27 นับรวม 2 กรณี ก็เกือบ 40 เสียง

    และอาจเป็นข้อสังเกตถึงการ "รักษาไว้ ยากยิ่งกว่า" เมื่อเสียง "สส." พรรคร่วมรัฐบาล ต้องรับหน้าที่ "รักษาองค์ประชุมสภาฯ" ในทุกนัดไป ซึ่งก็น่าจะเป็นที่มาของการสร้างเงื่อนไข ภายในพรรคภูมิใจไทย หรืออาจจะหมายถึงพรรคเพื่อไทยด้วย สำหรับ "สส." ที่รับตำแหน่งรัฐมนตรี โดยเฉพาะ สส.บัญชีรายชื่อ ต้องลาออก เพื่อเลื่อนลำดับคนอื่นขึ้นมาแทนที่ "สส." ไม่เช่นนั้น เสี่ยงเจอ สภาฯ ล่ม ล่มแล้ว..ล่มอีก หรือล่มซ้ำซาก

    ถ้า สส.ในพรรคร่วมรัฐบาล เลื่อนลำดับกัน หลังผู้ที่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี "ลาออก" ก็ถือว่าไม่ยาก ที่จะรักษาองค์ประชุมสภาฯ แต่ที่ยากกว่านั่นคือ ความรับผิดชอบของ สส.ในการทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับงานฝ่ายบริหารมากกว่า และบางคน ก็ไม่ยินยอมที่จะลาออก เพราะเกรงว่า "ตกจากเก้าอี้รัฐมนตรี" จะไม่ได้มีตำแหน่งอื่นรองรับอีก

    แต่ถ้าประเมินจากภาระงาน จะฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติ ย่อมต้องให้ความสำคัญคู่ขนานกันไป ทั้งงานสภาฯ และงานที่ทำเนียบฯ แต่ก็คงต้องติดตามกันว่า ภาพจำเรื่อง "สภาฯ ล่ม" บ่อยครั้ง จะเกิดขึ้นในสภาฯ ชุดที่ 27 เหมือน หรือต่าง กับชุดที่ 26 มากน้อยแค่ไหนอีก

    สัปดาห์หน้า อาจอยู่ในช่วงส่งไม้ต่อ แต่สัปดาห์ถัดไป คงต้องจริงจังกันโดยเฉพาะการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา

    รายงาน : เสาวลักษณ์ วัฒนศิลป์ บรรณาธิการข่าวการเมือง ไทยพีบีเอส

    อ่านข่าว :

    วิกฤตพลังงาน ปมร้อน-ปมแรก "ครม.อนุทิน 2"

    เปิดเวทีสภาฯ รุมถล่มรัฐบาล บี้หา "ไอ้โม่ง"-น้ำมันล่องหน

  • ปปง. ชี้ DSI ยุติคดี "พระธัมมชโย" ไม่เกี่ยวคดีแพ่ง ยึดทรัพย์แล้วกว่า 1,400 ล้าน
    27 มีนาคม 2569

    วันนี้ (27 มี.ค.2569) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยกรณีที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีคำสั่งยุติการดำเนินคดี พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ สุทธิผล) หรือ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือ พระอธิการไชยบูลย์ ธัมมชโย และ น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร เนื่องจาก คดีหมดอายุความ ว่า

    ก่อนหน้านี้ ปปง.ได้ยึดอายัดพรัพย์ในคดีดังกล่าวมาแล้ว จำนวนกว่า 1,400 ล้านบาท และได้ดำเนินการตามขั้นตอนไปหมดแล้ว กระทั่งศาลได้สั่งให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน เพื่อนำเงินมาคืนให้กับ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เพื่อนำไปเฉลี่ยคืนสมาชิกหรือผู้เสียหายไปบ้างแล้วบางส่วน แต่ยังมีทรัพย์สินบางส่วนที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น สถานปฏิบัติธรรมในต่างจังหวัด รวมถึงอาคารลูกโลก ที่อยู่ภายในวัดพระธรรมกาย ที่อยู่ระหว่างการขายทอดตลาด

    ส่วนที่ดีเอสไอสั่งยุติการดำเนินคดีนั้นไม่มีผลต่อทางคดีแพ่ง เพราะทุกอย่างสิ้นสุดแล้ว

    อ่านข่าว :

    DSI ยุติดำเนินคดี “พระธัมมชโย” ฐานฟอกเงิน-รับของโจร เหตุขาดอายุความ

    ปิดตำนาน! มหากาพย์ "ธัมมชโย" คดีฟอกเงิน 1.4 พันล้าน สุดท้ายรอด

  • โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "จิรุตม์ วิศาลจิตร" นั่ง กกต.คนใหม่
    27 มีนาคม 2569

    วันนี้ (27 มี.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มี.ค. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ความว่า

    พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า ตามที่ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ เป็นกรรมการการเลือกตั้ง ตามประกาศลงวันที่ 4 ธันวาคม 2561 นั้น ต่อมา นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ได้พ้นจากตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง เนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่ง เป็นเหตุให้ตำแหน่งว่างลง

    บัดนี้ วุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบ นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง ตามมาตรา 222 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 222 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยประกอบมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายจิรุตม์ วิศาลจิตร เป็นกรรมการการเลือกตั้ง

    ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

    ประกาศ ณ วันที่ 26 มีนาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

    ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

    มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา

    อ่านข่าว :

    เปิดตัว "จิรุตม์" อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก -ว่าที่ กกต.คนใหม่

    โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ" เป็นองคมนตรี

    โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "อนุทิน ชาญวีรกูล" เป็นนายกรัฐมนตรี

  • ไม่ได้หนีโรงฆ่าสัตว์! เปิดความจริง "7 มะหมาไวรัล" กับภารกิจวิ่งตามความรัก
    27 มีนาคม 2569

    วันนี้ (27 มี.ค.2569) CNN เปิดเผยเรื่องราว ไวรัลที่ทำคนทั้งโลกซาบซึ้ง แต่ไม่ใช่ความจริง กับคลิปวิดีโอสั้นที่มียอดรับชมหลายสิบล้านครั้งจากประเทศจีน และกลายเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาสำคัญของยุคดิจิทัล เมื่อ "เรื่องธรรมดา" ถูกเล่าใหม่จนกลายเป็น "เรื่องราวสุดซึ้งระดับโลก"

    ภาพในคลิปที่เผยแพร่ในโลกอินเทอร์เน็ต สุนัข 7 ตัว เดินเรียงกันอยู่ริมทางหลวงในมณฑลจี๋หลิน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ภาพดังกล่าวดูเหมือนเรียบง่าย แต่กลับจุดกระแสความประทับใจไปทั่วโลก หลังมีการเล่าเรื่องประกอบว่า สุนัขกลุ่มนี้ถูกจับไปเพื่อส่งโรงฆ่าสัตว์ ก่อนจะหลบหนีออกมา และรวมตัวกันเดินทางกลับบ้านอย่างกล้าหาญ

    เรื่องเล่านี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากนำไปเปรียบเทียบกับภาพยนตร์ Homeward Bound (1993) พร้อมเติมเต็มจินตนาการต่อยอด ไม่ว่าจะเป็นโปสเตอร์หนัง ตัวอย่างภาพยนตร์ที่สร้างด้วย AI หรือภาพการกลับมาพบเจ้าของอย่างอบอุ่น ความรู้สึก "อบอุ่นหัวใจ" กลายเป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้คลิปนี้ถูกแชร์ต่ออย่างมหาศาล โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ผู้คนต้องเผชิญกับข่าวร้ายจากทั่วโลก

    อย่างไรก็ตาม เมื่อสื่อของรัฐในจีน เช่น Cover News และ City Evening News ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องราวทั้งหมดกลับ "พลิกทันที"

    ต้นตอของคลิปนี้มาจากชายคนหนึ่งที่ขับรถผ่านพื้นที่ห่างไกลในวันที่ 15 มี.ค. เขาได้ถ่ายคลิปสุนัขกลุ่มนี้ไว้ และโพสต์ลงออนไลน์ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นสุนัขที่หลุดมาจากรถขนส่งสัตว์ แต่ภายหลังเขาได้ออกมายืนยันว่า เขาไม่ได้เห็นเหตุการณ์หลบหนีดังกล่าวจริง

    แม้จะเป็นเพียงการคาดเดา แต่คลิปก็กลายเป็นไวรัลในจีนอย่างรวดเร็ว โดยมียอดเข้าชมมากกว่า 90 ล้านครั้งบนแพลตฟอร์ม Douyin และ Weibo ก่อนจะแพร่กระจายไปยัง TikTok, X และ Instagram จนกลายเป็นกระแสระดับโลก

    ในโลกออนไลน์ ผู้คนเริ่มตีความพฤติกรรมของสุนัข เช่น การที่สุนัขหลายตัวเดินใกล้สุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ด และหันกลับมามองเป็นระยะ ถูกมองว่าเป็นการปกป้องเพื่อนที่บาดเจ็บ ขณะที่สุนัขพันธุ์คอร์กีที่เดินนำหน้า ถูกยกให้เป็น "ผู้นำผู้กล้าหาญ"

    แต่ความจริงนั้นเรียบง่าย และไม่ได้โรแมนติกอย่างที่หลายคนคิด

    จากการติดตามของสื่อ พบว่าสุนัขทั้ง 7 ตัว เป็นของชาวบ้านในหมู่บ้านใกล้เคียง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ถ่ายคลิปเพียงไม่กี่กิโลเมตร และทั้งหมดเป็นสุนัขเลี้ยงแบบปล่อยอิสระ ที่มักออกไปเดินเล่นหรือหายไปเป็นช่วง ๆ อยู่แล้ว

    ประเด็นสำคัญอยู่ที่ สุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดตัวหนึ่งในกลุ่มกำลังอยู่ในช่วงเป็นสัด (Heat cycle) ทำให้สุนัขตัวอื่น ๆ ถูกดึงดูดและเดินตาม กลายเป็นภาพที่ดูเหมือนการเดินทางฝ่าฟันเพื่อเอาชีวิตรอดแท้จริงแล้วคือขบวนจีบสาวตามสัญชาตญาณสัตว์

    หลังจากนั้นไม่นาน สุนัขทั้งหมดก็กลับบ้านตามปกติ โดยเจ้าของได้ล่ามสุนัขตัวเมียไว้ เพื่อป้องกันพฤติกรรมดังกล่าวในช่วงที่ยังเป็นสัด

    ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อดิจิทัลจากออสเตรเลียอธิบายว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนธรรมชาติของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ที่มักตอบสนองต่อเนื้อหาที่ "ทำให้รู้สึกดี" โดยเฉพาะวิดีโอสัตว์ ซึ่งสามารถกระตุ้นความรู้สึกเอ็นดู และความต้องการดูแลได้อย่างลึกซึ้ง สัตว์ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางทางอารมณ์ที่ผู้คนสามารถตีความเรื่องราวอย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นมิตรภาพ ความเสียสละ หรือการเดินทางกลับบ้าน

    ในขณะเดียวกัน ความนิยมของเนื้อหาประเภทนี้ ก็กลายเป็นแรงจูงใจให้ผู้สร้างคอนเทนต์บางราย "แต่งเรื่อง" หรือ "ขยายความ" เพื่อเรียกยอดวิวและการมีส่วนร่วม เนื่องจากความสนใจในโลกออนไลน์สามารถแปลงเป็นรายได้ได้โดยตรง แต่นักวิชาการก็เตือนว่า แม้เรื่องนี้จะดูเหมือนไม่มีพิษภัย แต่ก็มีผลกระทบที่ซ่อนอยู่ เช่น การสร้างภาพเหมารวมเกี่ยวกับวัฒนธรรมการบริโภคเนื้อสุนัขในจีน ซึ่งอาจนำไปสู่การเหมารวมและการเหยียดเชื้อชาติในระดับสากล

    นอกจากนี้ การที่ผู้คนยอมรับเรื่องแต่งในเนื้อหาเบา ๆ อาจทำให้ความสามารถในการตั้งคำถามและตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นสำคัญ เช่น สงคราม หรือการเมือง ลดลง

    ในยุคที่ AI สามารถสร้างภาพ วิดีโอ และเรื่องราวได้อย่างแนบเนียน เหตุการณ์ลักษณะนี้จึงมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น และยิ่งทำให้เส้นแบ่งระหว่าง "ความจริง" กับ "เรื่องเล่า" เลือนรางลงเรื่อย ๆ

    ดั่งเช่นกรณีของสุนัข 7 ตัวนี้ อาจเริ่มต้นจากภาพธรรมดา แต่จบลงด้วยบทเรียนสำคัญว่า "ในโลกออนไลน์สิ่งที่เรารู้สึกอาจไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นจริง"

    อ่านข่าวอื่น :

    "ดอกบัว" พร็อพสุดปัง! เทรนด์ฮิต Gen Z หยิบถ่ายรูปเช็กอินสะพานพุทธ

    “พิพัฒน์” กางแผนเยียวยาภาคขนส่ง-รถโดยสารสาธารณะ-จยย.รับจ้าง-ไรเดอร์

    ลดภาษีสรรพสามิต คือทางออก แก้ปัญหาราคาน้ำมันพุ่งสูง