หมู่ 10 บ้านพุวิเศษ ต.เขากะลา อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ 60130 081-4161915 saichontangthai@gmail.com วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 09.00 น. - 16.00 น.
ครู กศน.ตำบลเขากะลา

IMG 8622.jpq

นางสาวสายชล  แตงไทย

ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบลเขากะลา

 เบอร์โทร 056-267-523

 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครสวรรค์

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป

06 กุมภาพันธ์ 2569

การศึกษา, เรียน สกร., รับสมัครนักศึกษา, สกร.นครสวรรค์, สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครสวรรค์
แพลตฟอร์ม กศน.นครสวรรค์

จำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์
038272
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ผู้เข้าชมทั้งหมด
24
34
155
37943
155
679
38272

Your IP: 192.168.1.1
2026-02-06 15:03

ศกร.ตำบลเขากะลาเปิดรับนักศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567

ครู กศน.ตำบล

ข่าวประชาสัมพันธ์ ไทยพีบีเอส

ข่าวไทยพีบีเอส - home

06 กุมภาพันธ์ 2569

ข่าวที่คุณวางใจ โดยสำนักข่าวไทยพีบีเอส ติดตามข่าวและสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศได้ที่นี่่
  • เลือกตั้ง 2569 : "อนุทิน" ลั่นประเทศไม่ใช่ที่ทดลองงานของมือใหม่ ยกเลิก MOU 44 เมื่อได้กลับเป็น รบ.
    06 กุมภาพันธ์ 2569

    วันนี้ (6 ก.พ.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัย​ กล่าวว่า​ พรรคภูมิใจไทย​ รับใช้ประเทศ​มา 17 ปี​ ทราบดี​ ในช่วง 17 ปีที่ผ่านมา​ ปีนี้หนักกว่าทุกปี เพราะปีนี้เล่นเกมเป็นนายกรัฐมนตรี จึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการให้ทุกคนในห้องนี้และประชาชนคนไทยเห็นว่า​ดีพอ คู่ควร ในการเป็นพรรคการเมืองหลักที่จะเป็นที่พึ่งหวังพึ่งพิงของประชาชนชาวไทยได้

    "พรรคภูมิใจไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เป็นหัวหน้าพรรคมา ในเดือน ก.ย.2555 พรรคภูมิใจไทย ไม่เคยเล็กลง มีแต่ใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัวทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง มีข้อยกเว้นที่คราวนี้พรรคภูมิใจไทยจะใหญ่ขึ้นมากกว่าหนึ่งเท่าตัว"

    นายอนุทิน กล่าวอีกว่าจากที่ใครเคยพูดว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นแค่พรรคบ้านใหญ่ ก็พูดไม่ผิด​ แต่คิดผิด พรรคบ้านใหญ่มาแค่ช่วยคน และดูแลคนในพื้นที่คิดเรื่องโครงสร้างไม่เป็น แต่ทั้ง 3 คนได้พิสูจน์แล้วว่าโครงสร้างพรรคภูมิใจไทยที่คิดให้กับประเทศไทยแน่นยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็กตึก 50 ชั้น รับรองว่าไม่ถล่มลงมาแน่นอน ที่ถล่มลงมาไม่ใช่ที่พรรคภูมิใจไทยลงนามแน่นอน

    นายอนุทิน​ กล่าวถึงกรณีที่​ ​ The Financial Times ให้ไทยกลายเป็นเสือป่วยแห่งเอเชีย​ จึงอยากจะบอกว่า​ หากพรรคภูมิใจไทยได้กลับเข้าไปบริหารประเทศอีก จะไม่มีวันยอมรับตำแหน่ง "คนป่วยแห่งเอเชีย" เป็นอันขาด และนอกจาก​จะไม่เป็นคนป่วยแห่งเอเชียแล้ว​ จะเป็นคนที่แข็งแรง​ มีพลังเป็นประเทศที่ใคร ๆ ในโลกนี้ต้องมาเป็นพันธมิตรในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจไปด้วยกัน ยืนยัน​จะไม่ยอมให้ประเทศไทย เป็นผู้ที่ถูกกำหนดกฎเกณฑ์ใด ๆ ที่ไม่ก่อประโยชน์และลบศักยภาพของประเทศไทยอย่างแน่นอน

    นายอนุทิน​ กล่าวต่อว่า​ หากประชาชนให้กลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง​ จะเห็นประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็ง​ อุตสาหกรรมใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นมีอนาคตที่ดีขึ้น และนโยบายประชานิยมในอดีตไม่ตอบโจทย์ เชื่อว่า​ นโยบายประชานิยมแจกเงินอย่างเดียวกำลังจะส่งผลเสียกับประเทศไทยในระยะยาว สิ่งเหล่านี้ถูกทำมาก็เพียงเพื่อแลกกับประโยชน์ และความได้เปรียบทางการเมืองในระยะสั้น สุดท้ายคนที่ต้องจ่าย และคนที่ถูกเช็กบิลก็คือคนไทยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วย หากพรรคยังคงนำเสนอนโยบายแบบเน้นรายจ่ายประชานิยมไม่หาโอกาสให้กลับประเทศไทย ประเทศไทยก็จะประสบปัญหามากขึ้น พรรคภูมิใจไทยเชื่อในทฤษฎี "หาเบ็ดให้คนไปตกปลา ไม่ใช่หาปลาไปแจกให้คน"

    "ประเทศไทยของเราไม่ใช่ที่ฝึกงานไม่ใช่ที่ทดลองงานของมือใหม่ที่ไม่เคยทำงานระดับประเทศมาก่อน เราจะฝากอนาคตของประเทศไว้กับมือใหม่หรือฝากไว้กับมืออาชีพที่มีความพร้อม รอบนี้พรรคภูมิใจไทยพร้อมนำเสนอมืออาชีพมาให้ประชาชนพิจารณาการมีผู้บริหารใหม่ ๆ คนใหม่ ๆ เข้ามาอยู่ในพรรคภูมิใจไทยทั้งมาจากภาคที่มาจากมืออาชีพ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ มันได้ทำให้วิธีคิดในการทำงานของพรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมาก เรามีพลังมากขึ้น คิดกว้างขึ้น และคิดใหญ่ขึ้น"

    นายอนุทิน​ กล่าวต่อว่า​ วันนี้ประเทศไทย​ รอไม่ได้ และประเทศไทยเสี่ยงไม่ได้อีกแล้ว เมื่อคนของพรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงานประเทศไทยจะไม่เสี่ยงตกขบวนโลกหรือกลับไปสู่วงจรของความขัดแย้งเดิม ๆ และอย่าไปเสี่ยงกับผู้บริหารประเทศที่ด้อยประสบการณ์ และจะไม่เสี่ยงกับการทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงจะไม่เสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตย ดังนั้นหากเลือกภูมิใจไทยประเทศไทยไม่ต้องเสี่ยง

    ต้องขอย้ำว่า วันนี้ประเทศไทยจะมีรัฐบาลที่ทดลองงานหรือฝึกงานไม่ได้ และคนไทยจะทะเลาะกันไม่ได้ วันนี้ประเทศไทยแบกความเสี่ยงไม่ได้อีกแล้วหากประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยประเทศไทยก็จะไม่มีความเสี่ยงเหล่านี้ และประเทศไทยต้องการความร่วมมือความสามัคคีการทำงานกันอย่างเป็นเอกภาพจากทุกฝ่าย ตนจะทำงานอย่างสุดความสามารถกับทีมของตนให้สิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นกับประเทศของเรา

    นายอนุทิน​ กล่าวย้ำว่า​ เรื่องสุดท้ายที่อยากพูดให้ชัดเจน​ คือ​ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอยืนยันว่า​ หากกัมพู​ชา​ไม่รุกรานไทย​ ไทยก็จะไม่มีปัญหาใดๆ การปะทะกันทั้ง 2 ครั้ง รอบแรกตกลงแบบค้างคา เพราะรัฐบาลในขณะนั้นทำข้อตกลงหยุดยิง ก่อนที่กองทัพจะจบภารกิจ​ นำมาสู่การยั่วยุของฝ่ายตรงข้ามและสู่เหตุที่ต้องปะทะกันอีกรอบหนึ่ง และในที่สุดก็มีรอบที่ 2 ซึ่งตนเองดันมาเป็นนายกรัฐมนตรี

    "แต่ความเป็นนายกฯ ของมันต่างตรงที่รัฐบาลของผมสนับสนุนให้กองทัพปฏิบัติภารกิจจนบรรลุเป้าหมาย การทำงาน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทำให้เราได้แผ่นดินไทย ที่เคยถูกรุกรานกลับมาเป็นของไทยได้ทั้งหมด สิ่งที่ได้กราบเรียนมานี้สมควรแล้ว สมควรแล้วที่ทุกคนจะตะโกนว่า ภูมิใจไทย แต่ไม่ใช่ภูมิใจไทยที่เป็นพรรคการเมือง​ แต่เป็นภูมิใจไทยที่ประเทศของไทย​ ไม่มีการสูญเสียอธิปไตยและดินแดนแม้แต่น้อย​ และประเทศไทยสามารถสถาปนาความมั่นคงเหนือดินแดนที่เป็นของเราได้โดยสมบูรณ์ เพราะถูกสนับสนุนและกระทำโดยรัฐบาลของท่านชุดนี้"

    นายอนุทิน​ กล่าวต่อว่า​ วันนี้ข้อตกลงหยุดยิงที่รัฐบาลชุดนี้ทำ มุ่งเน้นในเงื่อนไข และวันที่ลงนามใครอยู่ตรงไหนต้องอยู่ตรงนั้น​ ห้ามรุกล้ำเข้ามาอีก​ และยิ่งไปกว่านี้ไม่ต้องห่วงว่าจะมีรอบ 3 จนทำให้ไม่ได้สามารถเลือกตั้งได้​ ยืนยันว่าการเลือกตั้งมีแน่​ เพราะรัฐบาลได้จัดเตรียมความพร้อม​ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ทุกรูปแบบไว้แล้ว​ ขอให้พวกท่านออกไปเลือกตั้งกันเยอะๆ ให้การเลือกตั้ง​ เป็นไปด้วยความราบรื่น​ ให้ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทย​ หลังการเลือกเป็นไปด้วยความใสสะอาด

    "ขอให้ไว้วางใจอนุทิน ขอให้ไว้วางใจพรรคภูมิใจไทยในเรื่องนี้ ขอให้ลงคะแนนให้เบอร์ 37 เพื่อให้รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย​ ยังคงปกป้องอธิปไตยของชาติและรักษาผืนแผ่นดินไทย เลือกพรรคภูมิใจไทย​ จะไม่มีใครคิดรุกรานประเทศไทยได้อีก จะเอารัฐบาลที่เขมรกลัวหรือรัฐบาลที่กลัวเขมร ไม่อยากได้สิ่งแรกเลือกพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37"

    นายอนุทิน ยังระบุว่าหากพรรคภูมิในไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาล​ จะยกเลิก MOU 44 ทันที เรื่องผลประโยชน์ 50-50 จากการแบ่งทรัพยากรในทะเล​ ตามที่เคยมีรัฐบาลเสนอ​ไว้​ จะไม่มีอีกต่อไป

    อ่านข่าว :

    เลือกตั้ง 2569 : "พรรคประชาชน" ปราศรัยโค้งสุดท้าย เรียกคะแนนลงหีบเลือกตั้ง

    เลือกตั้ง 2569 : "ธรรมนัส" มั่นใจปักหมุด สส.ไม่ต่ำกว่า 60 คน

    เลือกตั้ง 2569 : ปชป. ปราศรัยใหญ่ "การดี" ชูมืออาชีพเข้าใจบริบทนำพาประเทศ

  • เลือกตั้ง 2569 : "ไทยก้าวใหม่" ชูธนู 4 ดอก หวังพาไทยทวงบัลลังก์อาเซียน
    06 กุมภาพันธ์ 2569

    วันนี้ (6 ก.พ.2569) พรรคไทยก้าวใหม่ จัดเวทีปราศรัยใหญ่ "โค้งสุดท้าย มั่นใจกับไทยก้าวใหม่ อีกก้าวเดียวให้ไทยสตรอง" ณ ลานแอโรบิก สวนจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของผู้สนับสนุนที่มาร่วมชุมนุมอย่างเนืองแน่น

    โดยมี ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กล่าวปราศรัยหลัก ร่วมด้วย ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา รองหัวหน้าพรรค และนายก้องเกียรติ กรสูต เลขาธิการพรรค ขึ้นเวทีพร้อมกัน

    ดร.สุชัชวีร์ เปิดเผยว่า การตั้งพรรคการเมืองใหม่อย่างไทยก้าวใหม่ถือเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิต พรรคเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 ต.ค.2568 และเพียงไม่ถึง 2 เดือนต่อมา นายกฯ ประกาศยุบสภา ทำให้พรรคต้องเร่งเดินเครื่องอย่างเต็มที่ ภายในระยะเวลาอันสั้น "ไทยก้าวใหม่" สามารถจัดเตรียมผู้สมัคร สส. ได้ครบทุกเขตเลือกตั้งทั่วประเทศไทย รวมถึงทุกเขตในกรุงเทพมหานคร ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจและการทำงานหนักของทีมงานทุกคน

    พรรคไทยก้าวใหม่ยึดแนวคิดหลักด้านการศึกษาเป็นแกนกลาง โดยโลโก้ของพรรคเป็นรูป "ธนู 4 ดอก" ซึ่งแต่ละดอกแทนแนวทางสำคัญ

    • ดอกแรก "สร้างคนใหม่ พลิกโฉมการศึกษา" เพราะเชื่อมั่นว่าการศึกษาคือยาแก้จนและเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศ
    • ดอกที่สอง "สร้างเศรษฐกิจก้าวใหม่" มุ่งลงทุนหนักในวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
    • ดอกที่สาม "สร้างคุณภาพชีวิตใหม่" ให้คนไทยมีสุขภาพดี หยุดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก จัดการภัยพิบัติทั้งจากธรรมชาติและจากมนุษย์อย่างจริงจัง เพื่อให้คนไทยไม่ต้องตายฟรี และคนที่ผิดต้องไม่ลอยนวล
    • ดอกสุดท้าย "สร้างค่านิยมใหม่ไ โดยส่งเสริมให้คนดีมีที่ยืน ปราบปรามทุจริตตั้งแต่ต้นทางด้วยการใช้เทคโนโลยี AI ตรวจจับและป้องกันการโกงก่อนเกิดเหตุ

    ดร.สุชัชวีร์ เล่าถึงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา โดยย้อนไปสมัยที่ประเทศไทยเคยถูกมองว่าเป็น "เสือตัวที่ 5 ของเอเชีย" แต่เมื่อเวลาผ่านไป ประเทศไทยกลับถอยหลังอย่างเห็นได้ชัด กลายเป็นเพียง "หัวหน้าเต่า" ในกลุ่มประเทศอาเซียน ขณะที่สื่อต่างชาติชั้นนำพาดหัวข่าวว่า "ประเทศไทยเป็นคนป่วยของเอเชีย" จากการไม่เคยปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการสร้างคนและระบบการศึกษา

    พรรคยึดมั่นอุดมการณ์ความรู้และความกล้าหาญ ในการทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ จะไม่ชี้นิ้วกล่าวหาใคร ไม่ดูถูกศัตรูทางการเมือง ไม่ใส่ร้ายป้ายสี และปฏิเสธการซื้อเสียงอย่างเด็ดขาด ย้ำว่า หากประชาชนยังเลือกการเมืองแบบเดิมต่อไป ก็ยากที่จะคาดหวังให้ประเทศพัฒนาได้จริง

    เขายังวิพากษ์วิจารณ์การจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งในอดีต ที่มักมีการแย่งชิงกระทรวงตามโควตา บ้านใหญ่และกลุ่มนายทุนเข้ามาดูแลกระทรวงที่ตนเองไม่มีความรู้ความเข้าใจ เช่น กระทรวงศึกษาธิการที่ควรเป็นผู้เปลี่ยนแปลงคุณภาพครูและระบบการเรียนการสอน แต่กลับถูกมองข้าม หรือกระทรวงคมนาคมที่เกิดเหตุเครื่องจักรใหญ่ถล่มซ้ำซากจนสร้างความอับอายให้ประเทศไปทั่วโลก ยืนยันว่าการจะทำให้ประเทศไทยกลับมาเข้มแข็งได้ ต้องเริ่มต้นจากการสร้างคนที่มีคุณภาพและปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง

    ดร.สุชัชวีร์ เรียกวันที่ 8 ก.พ.2569 ว่าเป็น "การเดิมพันครั้งสำคัญที่สุด" ทั้งของพรรคไทยก้าวใหม่และของคนไทยทุกคน เป็นการเดิมพันเพื่ออนาคตของลูกหลานและอนาคตของชาติ หากยังเลือกการเมืองแบบเดิมต่อไป ก็เท่ากับเดิมพันกับสิ่งที่สูญเปล่าและจะทำให้ประเทศไทยป่วยต่อไป แต่หากเลือกพรรคที่ทำการเมืองสร้างสรรค์ มุ่งมั่นทำงานเพื่อลูกหลานอย่างจริงใจ เชื่อมั่นว่าประเทศจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง และเป็นการเดิมพันที่คุ้มค่าที่สุดในสังคมไทย

    และได้เปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน มาเลเซียชนะไทยแทบทุกด้าน ฟิลิปปินส์กำลังก้าวหน้า อินโดนีเซียมีแนวโน้มเป็นมหาอำนาจใหม่ ส่วนเวียดนามกำลังวิ่งแซงหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ "รับไม่ได้ไ สำหรับคนไทย โดย ดร.สุชัชวีร์ ประกาศอย่างชัดเจนว่า หากได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีจะตั้งเป้าหมายทวงบัลลังก์ผู้นำอาเซียนคืนมาให้ประเทศไทยได้อีกครั้ง และย้ำว่าต้องเลือกพรรคไทยก้าวใหม่เท่านั้นจึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

    ด้านนายวราวิช กำภู ณ อยุธยา รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงนโยบายเด่น เช่น กองทุนก้าวใหม่ มอบเงิน 20,000 บาทให้กลุ่มคนอาชีพอิสระและ SMEs เพื่อช่วยให้มีเงินหมุนเวียนต่อชีวิต รวมถึงนโยบายปรับปรุงโรงเรียนขนาดเล็กด้วย "3 ให้" คือ ให้อาหารเช้าเด็กทุกคนทุกวัน ให้เรียนฟรีถึงระดับปริญญาเอก และโอนเงินอุดหนุนการศึกษาตรงเข้าบัญชีผู้ปกครองผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อลดภาระและเพิ่มโอกาสให้เด็กทุกครอบครัว

    นายก้องเกียรติ กรสูต เลขาธิการพรรค กล่าวปิดท้ายว่า จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนจำนวนมากเหนื่อยล้ากับวงจรหนี้สิน ทำงานหนักเพื่อใช้หนี้ ชีวิตติดกับดักความจน พรรคไทยก้าวใหม่จึงตั้งใจที่จะ "เลิกทน เลิกจน เลิกจม" ด้วยความบริสุทธิ์ใจ แม้จะเป็นพรรคใหม่ แต่ไม่เคยท้อแท้ พร้อมทุ่มเทรื้อระบบการศึกษาใหม่ทั้งระบบ เพื่อสร้างคนคุณภาพให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

    อ่านข่าวอื่น :

    เลือกตั้ง 2569 : "ธรรมนัส" มั่นใจปักหมุด สส.ไม่ต่ำกว่า 60 คน

    เลือกตั้ง 2569 : ปชป. ปราศรัยใหญ่ "การดี" ชูมืออาชีพเข้าใจบริบทนำพาประเทศ

    เกิดเหตุระเบิดพลีชีพในมัสยิดชีอะห์กลางกรุงอิสลามาบัด ดับ 31 เจ็บนับร้อย

  • เลือกตั้ง 2569 : "ธรรมนัส" มั่นใจปักหมุด สส.ไม่ต่ำกว่า 60 คน
    06 กุมภาพันธ์ 2569

    วันนี้ (6 ก.พ.2569) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย จ.พะเยา

    ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เลือกปราศรัยใหญ่ที่ จ.พะเยา เพราะถิ่นกำเนิดของพรรคเน้นปราศรัยที่ฐานราก โดยที่ผ่านมา จ.พะเยา เปลี่ยนแปลงไปมาก ถนนก่อสร้างเป็นผลงานที่ตัวเองพัฒนา รวมถึงการพัฒนาโครงการพื้นฐานต่างๆ เช่น อ.ดอกคำใต้ ได้งบศึกษาก่อสร้างสนามบิน หรือรถไฟทางคู่ ที่ผ่านมาช่วงที่ตัวเองมาเป็นนักการเมืองคนพะเยาทราบดี

    ส่วนภาคการท่องเที่ยวในอดีต จ.พะเยา เป็นประตูทางผ่าน แต่หลังปี 2562 รายได้ภาคการท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น เป็นผลงานของตัวเองที่ผลักดันต่อเนื่องผ่านเทศกาลต่างๆ

    ร.อ.ธรรมนัส ยังระบุว่าหลังการปราศรัยกว่า 20 จังหวัด มั่นใจว่าจะปักหมุดได้ทุกจังหวัด การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคกล้าธรรมส่งผู้สมัคร สส.เขตทั้งหมด 112 คน

    ตัวเลขตามโพลทั่วไปผมได้ประมาณ 40-50 คน แต่สำหรับโพลของพรรคคาดว่าประมาณ 60 คน บวกและลบเท่าไหร่ค่อยว่ากัน

    สำหรับการเลือกตั้ง 3 เขตใน จ.พะเยา ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่าตัวเองไม่ใช่คนชอบฝัน แต่พรรคอื่นชอบฝันการเข้ามาหาเสียง จ.พะเยา ซึ่งพรรคการเมืองใหญ่เลือกปราศรัยใหญ่ที่กรุงเทพฯ แต่พรรคกล้าธรรมเลือกปราศรัย จ.พะเยาเพราะเป็นเมืองหลวงของพรรคกล้าธรรม

    อ่านข่าว :

    เลือกตั้ง 2569 : ปชป. ปราศรัยใหญ่ "การดี" ชูมืออาชีพเข้าใจบริบทนำพาประเทศ

    เลือกตั้ง 2569 : ภท.ปราศรัยใหญ่ "สีหศักดิ์" ขอสานต่อ 4 เดือนเป็น 4 ปี สร้างรั้ว 3 ชั้นให้ประเทศ

    เลือกตั้ง 2569 : "พรรคประชาชน" ปราศรัยโค้งสุดท้าย เรียกคะแนนลงหีบเลือกตั้ง

  • เกิดเหตุระเบิดพลีชีพในมัสยิดชีอะห์กลางกรุงอิสลามาบัด ดับ 31 เจ็บนับร้อย
    06 กุมภาพันธ์ 2569

    วันนี้ (6 ก.พ.2569) CNN รายงาน เกิดเหตุระเบิดพลีชีพภายในมัสยิดของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ในกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ระหว่างพิธีละหมาด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 169 คน ตามการยืนยันจากตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐบาล

    เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ มัสยิดคาดิจา ตุล กุบรา อิมัมบาร์กาห์ (Khadija Tul Kubra Imambargah) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่กึ่งชนบทบริเวณชานเมืองอิสลามาบัด จุดเกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตนอนอยู่บนพรมภายในมัสยิด ท่ามกลางเศษกระจก เศษซากอาคาร และบรรยากาศโกลาหลของผู้มาประกอบศาสนกิจ นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากถูกนำออกมานอนรอความช่วยเหลือในสวนรอบมัสยิด ขณะที่ประชาชนพยายามโทรศัพท์ขอรถพยาบาลและความช่วยเหลือฉุกเฉิน

    อิรฟาน เมมอน รองผู้ว่าการกรุงอิสลามาบัด ระบุในแถลงการณ์ว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 31 คน บาดเจ็บ 169 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาล แหล่งข่าวตำรวจ 2 นายเปิดเผยว่า มือระเบิดถูกเจ้าหน้าที่สกัดไว้ได้ที่ประตูทางเข้ามัสยิด ก่อนจะกดชนวนระเบิดขึ้น

    แม้อิสลามาบัดจะเป็นเมืองหลวงที่มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด และเหตุระเบิดเกิดขึ้นได้ยาก แต่ปากีสถานกำลังเผชิญกับการก่อความไม่สงบและความรุนแรงจากกลุ่มติดอาวุธที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นการโจมตีที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในปากีสถาน นับตั้งแต่เหตุระเบิดมัสยิดในเมืองเปชาวาร์ เมื่อเดือน ม.ค.2566 ซึ่งเคยสร้างความสะเทือนใจและจุดกระแสความกังวลด้านความมั่นคงทั่วประเทศ

    ชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือนิกายซุนนี เคยตกเป็นเป้าหมายของความรุนแรงทางนิกายมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะจากกลุ่มติดอาวุธซุนนีหัวรุนแรงอย่าง เตห์รีก-อี-ตอลิบาน ปากีสถาน (TTP) ซึ่งมองว่าชาวชีอะห์เป็นพวกนอกรีต

    ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ปีที่แล้ว เคยเกิดเหตุระเบิดพลีชีพในกรุงอิสลามาบัด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 12 คน และบาดเจ็บอีก 27 คน โดยรัฐบาลปากีสถานระบุว่าผู้ก่อเหตุเป็นชาวอัฟกานิสถาน แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีครั้งล่าสุด

    อ่านข่าวอื่น :

    ทรัมป์ประกาศหนุน "ซานาเอะ ทาคาอิชิ" ก่อนเลือกตั้งญี่ปุ่น 8 ก.พ.นี้

    “กัญจนา” จี้ “ยกเลิก” ย้ายช้างป่าที่เหลือทั้งหมด ไม่ใช่ “ชะลอ”

    อิหร่าน-สหรัฐฯ เปิดโต๊ะเจรจา ผ่านคนกลางโอมาน ท่ามกลางแรงกดดันทางทหาร