
นางสาวสายชล แตงไทย
ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบลเขากะลา
เบอร์โทร 056-267-523
ประกาศสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครสวรรค์
เรื่อง ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาประกวดราคาซื้อหนังสือเรียนภาคเรียนที่ 1/2568
ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลายด้วยวิธีการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
ประกาศเรื่อง ประกวดราคาซื้อหนังสือเรียนภาคเรียนที่ 1/2568
ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
ประกาศผลการสอบคัดเลือกเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานจ้างเหมาบริการ
ตำแหน่ง พนักงานขับรถห้องสมุดเคลื่อนที่ (โมบาย)

วันนี้ (6 ก.พ.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย รับใช้ประเทศมา 17 ปี ทราบดี ในช่วง 17 ปีที่ผ่านมา ปีนี้หนักกว่าทุกปี เพราะปีนี้เล่นเกมเป็นนายกรัฐมนตรี จึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการให้ทุกคนในห้องนี้และประชาชนคนไทยเห็นว่าดีพอ คู่ควร ในการเป็นพรรคการเมืองหลักที่จะเป็นที่พึ่งหวังพึ่งพิงของประชาชนชาวไทยได้
"พรรคภูมิใจไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เป็นหัวหน้าพรรคมา ในเดือน ก.ย.2555 พรรคภูมิใจไทย ไม่เคยเล็กลง มีแต่ใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัวทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง มีข้อยกเว้นที่คราวนี้พรรคภูมิใจไทยจะใหญ่ขึ้นมากกว่าหนึ่งเท่าตัว"
นายอนุทิน กล่าวอีกว่าจากที่ใครเคยพูดว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นแค่พรรคบ้านใหญ่ ก็พูดไม่ผิด แต่คิดผิด พรรคบ้านใหญ่มาแค่ช่วยคน และดูแลคนในพื้นที่คิดเรื่องโครงสร้างไม่เป็น แต่ทั้ง 3 คนได้พิสูจน์แล้วว่าโครงสร้างพรรคภูมิใจไทยที่คิดให้กับประเทศไทยแน่นยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็กตึก 50 ชั้น รับรองว่าไม่ถล่มลงมาแน่นอน ที่ถล่มลงมาไม่ใช่ที่พรรคภูมิใจไทยลงนามแน่นอน
นายอนุทิน กล่าวถึงกรณีที่ The Financial Times ให้ไทยกลายเป็นเสือป่วยแห่งเอเชีย จึงอยากจะบอกว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้กลับเข้าไปบริหารประเทศอีก จะไม่มีวันยอมรับตำแหน่ง "คนป่วยแห่งเอเชีย" เป็นอันขาด และนอกจากจะไม่เป็นคนป่วยแห่งเอเชียแล้ว จะเป็นคนที่แข็งแรง มีพลังเป็นประเทศที่ใคร ๆ ในโลกนี้ต้องมาเป็นพันธมิตรในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจไปด้วยกัน ยืนยันจะไม่ยอมให้ประเทศไทย เป็นผู้ที่ถูกกำหนดกฎเกณฑ์ใด ๆ ที่ไม่ก่อประโยชน์และลบศักยภาพของประเทศไทยอย่างแน่นอน
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า หากประชาชนให้กลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง จะเห็นประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็ง อุตสาหกรรมใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นมีอนาคตที่ดีขึ้น และนโยบายประชานิยมในอดีตไม่ตอบโจทย์ เชื่อว่า นโยบายประชานิยมแจกเงินอย่างเดียวกำลังจะส่งผลเสียกับประเทศไทยในระยะยาว สิ่งเหล่านี้ถูกทำมาก็เพียงเพื่อแลกกับประโยชน์ และความได้เปรียบทางการเมืองในระยะสั้น สุดท้ายคนที่ต้องจ่าย และคนที่ถูกเช็กบิลก็คือคนไทยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วย หากพรรคยังคงนำเสนอนโยบายแบบเน้นรายจ่ายประชานิยมไม่หาโอกาสให้กลับประเทศไทย ประเทศไทยก็จะประสบปัญหามากขึ้น พรรคภูมิใจไทยเชื่อในทฤษฎี "หาเบ็ดให้คนไปตกปลา ไม่ใช่หาปลาไปแจกให้คน"
"ประเทศไทยของเราไม่ใช่ที่ฝึกงานไม่ใช่ที่ทดลองงานของมือใหม่ที่ไม่เคยทำงานระดับประเทศมาก่อน เราจะฝากอนาคตของประเทศไว้กับมือใหม่หรือฝากไว้กับมืออาชีพที่มีความพร้อม รอบนี้พรรคภูมิใจไทยพร้อมนำเสนอมืออาชีพมาให้ประชาชนพิจารณาการมีผู้บริหารใหม่ ๆ คนใหม่ ๆ เข้ามาอยู่ในพรรคภูมิใจไทยทั้งมาจากภาคที่มาจากมืออาชีพ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ มันได้ทำให้วิธีคิดในการทำงานของพรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมาก เรามีพลังมากขึ้น คิดกว้างขึ้น และคิดใหญ่ขึ้น"
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า วันนี้ประเทศไทย รอไม่ได้ และประเทศไทยเสี่ยงไม่ได้อีกแล้ว เมื่อคนของพรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงานประเทศไทยจะไม่เสี่ยงตกขบวนโลกหรือกลับไปสู่วงจรของความขัดแย้งเดิม ๆ และอย่าไปเสี่ยงกับผู้บริหารประเทศที่ด้อยประสบการณ์ และจะไม่เสี่ยงกับการทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงจะไม่เสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตย ดังนั้นหากเลือกภูมิใจไทยประเทศไทยไม่ต้องเสี่ยง
ต้องขอย้ำว่า วันนี้ประเทศไทยจะมีรัฐบาลที่ทดลองงานหรือฝึกงานไม่ได้ และคนไทยจะทะเลาะกันไม่ได้ วันนี้ประเทศไทยแบกความเสี่ยงไม่ได้อีกแล้วหากประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยประเทศไทยก็จะไม่มีความเสี่ยงเหล่านี้ และประเทศไทยต้องการความร่วมมือความสามัคคีการทำงานกันอย่างเป็นเอกภาพจากทุกฝ่าย ตนจะทำงานอย่างสุดความสามารถกับทีมของตนให้สิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นกับประเทศของเรา
นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า เรื่องสุดท้ายที่อยากพูดให้ชัดเจน คือ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอยืนยันว่า หากกัมพูชาไม่รุกรานไทย ไทยก็จะไม่มีปัญหาใดๆ การปะทะกันทั้ง 2 ครั้ง รอบแรกตกลงแบบค้างคา เพราะรัฐบาลในขณะนั้นทำข้อตกลงหยุดยิง ก่อนที่กองทัพจะจบภารกิจ นำมาสู่การยั่วยุของฝ่ายตรงข้ามและสู่เหตุที่ต้องปะทะกันอีกรอบหนึ่ง และในที่สุดก็มีรอบที่ 2 ซึ่งตนเองดันมาเป็นนายกรัฐมนตรี
"แต่ความเป็นนายกฯ ของมันต่างตรงที่รัฐบาลของผมสนับสนุนให้กองทัพปฏิบัติภารกิจจนบรรลุเป้าหมาย การทำงาน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทำให้เราได้แผ่นดินไทย ที่เคยถูกรุกรานกลับมาเป็นของไทยได้ทั้งหมด สิ่งที่ได้กราบเรียนมานี้สมควรแล้ว สมควรแล้วที่ทุกคนจะตะโกนว่า ภูมิใจไทย แต่ไม่ใช่ภูมิใจไทยที่เป็นพรรคการเมือง แต่เป็นภูมิใจไทยที่ประเทศของไทย ไม่มีการสูญเสียอธิปไตยและดินแดนแม้แต่น้อย และประเทศไทยสามารถสถาปนาความมั่นคงเหนือดินแดนที่เป็นของเราได้โดยสมบูรณ์ เพราะถูกสนับสนุนและกระทำโดยรัฐบาลของท่านชุดนี้"
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า วันนี้ข้อตกลงหยุดยิงที่รัฐบาลชุดนี้ทำ มุ่งเน้นในเงื่อนไข และวันที่ลงนามใครอยู่ตรงไหนต้องอยู่ตรงนั้น ห้ามรุกล้ำเข้ามาอีก และยิ่งไปกว่านี้ไม่ต้องห่วงว่าจะมีรอบ 3 จนทำให้ไม่ได้สามารถเลือกตั้งได้ ยืนยันว่าการเลือกตั้งมีแน่ เพราะรัฐบาลได้จัดเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ทุกรูปแบบไว้แล้ว ขอให้พวกท่านออกไปเลือกตั้งกันเยอะๆ ให้การเลือกตั้ง เป็นไปด้วยความราบรื่น ให้ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทย หลังการเลือกเป็นไปด้วยความใสสะอาด
"ขอให้ไว้วางใจอนุทิน ขอให้ไว้วางใจพรรคภูมิใจไทยในเรื่องนี้ ขอให้ลงคะแนนให้เบอร์ 37 เพื่อให้รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ยังคงปกป้องอธิปไตยของชาติและรักษาผืนแผ่นดินไทย เลือกพรรคภูมิใจไทย จะไม่มีใครคิดรุกรานประเทศไทยได้อีก จะเอารัฐบาลที่เขมรกลัวหรือรัฐบาลที่กลัวเขมร ไม่อยากได้สิ่งแรกเลือกพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37"
นายอนุทิน ยังระบุว่าหากพรรคภูมิในไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาล จะยกเลิก MOU 44 ทันที เรื่องผลประโยชน์ 50-50 จากการแบ่งทรัพยากรในทะเล ตามที่เคยมีรัฐบาลเสนอไว้ จะไม่มีอีกต่อไป
อ่านข่าว :
เลือกตั้ง 2569 : "พรรคประชาชน" ปราศรัยโค้งสุดท้าย เรียกคะแนนลงหีบเลือกตั้ง
เลือกตั้ง 2569 : "ธรรมนัส" มั่นใจปักหมุด สส.ไม่ต่ำกว่า 60 คน
เลือกตั้ง 2569 : ปชป. ปราศรัยใหญ่ "การดี" ชูมืออาชีพเข้าใจบริบทนำพาประเทศ
วันนี้ (6 ก.พ.2569) พรรคไทยก้าวใหม่ จัดเวทีปราศรัยใหญ่ "โค้งสุดท้าย มั่นใจกับไทยก้าวใหม่ อีกก้าวเดียวให้ไทยสตรอง" ณ ลานแอโรบิก สวนจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของผู้สนับสนุนที่มาร่วมชุมนุมอย่างเนืองแน่น
โดยมี ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กล่าวปราศรัยหลัก ร่วมด้วย ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา รองหัวหน้าพรรค และนายก้องเกียรติ กรสูต เลขาธิการพรรค ขึ้นเวทีพร้อมกัน
ดร.สุชัชวีร์ เปิดเผยว่า การตั้งพรรคการเมืองใหม่อย่างไทยก้าวใหม่ถือเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิต พรรคเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 ต.ค.2568 และเพียงไม่ถึง 2 เดือนต่อมา นายกฯ ประกาศยุบสภา ทำให้พรรคต้องเร่งเดินเครื่องอย่างเต็มที่ ภายในระยะเวลาอันสั้น "ไทยก้าวใหม่" สามารถจัดเตรียมผู้สมัคร สส. ได้ครบทุกเขตเลือกตั้งทั่วประเทศไทย รวมถึงทุกเขตในกรุงเทพมหานคร ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจและการทำงานหนักของทีมงานทุกคน
พรรคไทยก้าวใหม่ยึดแนวคิดหลักด้านการศึกษาเป็นแกนกลาง โดยโลโก้ของพรรคเป็นรูป "ธนู 4 ดอก" ซึ่งแต่ละดอกแทนแนวทางสำคัญ
ดร.สุชัชวีร์ เล่าถึงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา โดยย้อนไปสมัยที่ประเทศไทยเคยถูกมองว่าเป็น "เสือตัวที่ 5 ของเอเชีย" แต่เมื่อเวลาผ่านไป ประเทศไทยกลับถอยหลังอย่างเห็นได้ชัด กลายเป็นเพียง "หัวหน้าเต่า" ในกลุ่มประเทศอาเซียน ขณะที่สื่อต่างชาติชั้นนำพาดหัวข่าวว่า "ประเทศไทยเป็นคนป่วยของเอเชีย" จากการไม่เคยปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการสร้างคนและระบบการศึกษา
พรรคยึดมั่นอุดมการณ์ความรู้และความกล้าหาญ ในการทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ จะไม่ชี้นิ้วกล่าวหาใคร ไม่ดูถูกศัตรูทางการเมือง ไม่ใส่ร้ายป้ายสี และปฏิเสธการซื้อเสียงอย่างเด็ดขาด ย้ำว่า หากประชาชนยังเลือกการเมืองแบบเดิมต่อไป ก็ยากที่จะคาดหวังให้ประเทศพัฒนาได้จริง
เขายังวิพากษ์วิจารณ์การจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งในอดีต ที่มักมีการแย่งชิงกระทรวงตามโควตา บ้านใหญ่และกลุ่มนายทุนเข้ามาดูแลกระทรวงที่ตนเองไม่มีความรู้ความเข้าใจ เช่น กระทรวงศึกษาธิการที่ควรเป็นผู้เปลี่ยนแปลงคุณภาพครูและระบบการเรียนการสอน แต่กลับถูกมองข้าม หรือกระทรวงคมนาคมที่เกิดเหตุเครื่องจักรใหญ่ถล่มซ้ำซากจนสร้างความอับอายให้ประเทศไปทั่วโลก ยืนยันว่าการจะทำให้ประเทศไทยกลับมาเข้มแข็งได้ ต้องเริ่มต้นจากการสร้างคนที่มีคุณภาพและปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง
ดร.สุชัชวีร์ เรียกวันที่ 8 ก.พ.2569 ว่าเป็น "การเดิมพันครั้งสำคัญที่สุด" ทั้งของพรรคไทยก้าวใหม่และของคนไทยทุกคน เป็นการเดิมพันเพื่ออนาคตของลูกหลานและอนาคตของชาติ หากยังเลือกการเมืองแบบเดิมต่อไป ก็เท่ากับเดิมพันกับสิ่งที่สูญเปล่าและจะทำให้ประเทศไทยป่วยต่อไป แต่หากเลือกพรรคที่ทำการเมืองสร้างสรรค์ มุ่งมั่นทำงานเพื่อลูกหลานอย่างจริงใจ เชื่อมั่นว่าประเทศจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง และเป็นการเดิมพันที่คุ้มค่าที่สุดในสังคมไทย
และได้เปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน มาเลเซียชนะไทยแทบทุกด้าน ฟิลิปปินส์กำลังก้าวหน้า อินโดนีเซียมีแนวโน้มเป็นมหาอำนาจใหม่ ส่วนเวียดนามกำลังวิ่งแซงหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ "รับไม่ได้ไ สำหรับคนไทย โดย ดร.สุชัชวีร์ ประกาศอย่างชัดเจนว่า หากได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีจะตั้งเป้าหมายทวงบัลลังก์ผู้นำอาเซียนคืนมาให้ประเทศไทยได้อีกครั้ง และย้ำว่าต้องเลือกพรรคไทยก้าวใหม่เท่านั้นจึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง
ด้านนายวราวิช กำภู ณ อยุธยา รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงนโยบายเด่น เช่น กองทุนก้าวใหม่ มอบเงิน 20,000 บาทให้กลุ่มคนอาชีพอิสระและ SMEs เพื่อช่วยให้มีเงินหมุนเวียนต่อชีวิต รวมถึงนโยบายปรับปรุงโรงเรียนขนาดเล็กด้วย "3 ให้" คือ ให้อาหารเช้าเด็กทุกคนทุกวัน ให้เรียนฟรีถึงระดับปริญญาเอก และโอนเงินอุดหนุนการศึกษาตรงเข้าบัญชีผู้ปกครองผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อลดภาระและเพิ่มโอกาสให้เด็กทุกครอบครัว
นายก้องเกียรติ กรสูต เลขาธิการพรรค กล่าวปิดท้ายว่า จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนจำนวนมากเหนื่อยล้ากับวงจรหนี้สิน ทำงานหนักเพื่อใช้หนี้ ชีวิตติดกับดักความจน พรรคไทยก้าวใหม่จึงตั้งใจที่จะ "เลิกทน เลิกจน เลิกจม" ด้วยความบริสุทธิ์ใจ แม้จะเป็นพรรคใหม่ แต่ไม่เคยท้อแท้ พร้อมทุ่มเทรื้อระบบการศึกษาใหม่ทั้งระบบ เพื่อสร้างคนคุณภาพให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน
อ่านข่าวอื่น :
เลือกตั้ง 2569 : "ธรรมนัส" มั่นใจปักหมุด สส.ไม่ต่ำกว่า 60 คน
เลือกตั้ง 2569 : ปชป. ปราศรัยใหญ่ "การดี" ชูมืออาชีพเข้าใจบริบทนำพาประเทศ
เกิดเหตุระเบิดพลีชีพในมัสยิดชีอะห์กลางกรุงอิสลามาบัด ดับ 31 เจ็บนับร้อย
วันนี้ (6 ก.พ.2569) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย จ.พะเยา
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เลือกปราศรัยใหญ่ที่ จ.พะเยา เพราะถิ่นกำเนิดของพรรคเน้นปราศรัยที่ฐานราก โดยที่ผ่านมา จ.พะเยา เปลี่ยนแปลงไปมาก ถนนก่อสร้างเป็นผลงานที่ตัวเองพัฒนา รวมถึงการพัฒนาโครงการพื้นฐานต่างๆ เช่น อ.ดอกคำใต้ ได้งบศึกษาก่อสร้างสนามบิน หรือรถไฟทางคู่ ที่ผ่านมาช่วงที่ตัวเองมาเป็นนักการเมืองคนพะเยาทราบดี
ส่วนภาคการท่องเที่ยวในอดีต จ.พะเยา เป็นประตูทางผ่าน แต่หลังปี 2562 รายได้ภาคการท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น เป็นผลงานของตัวเองที่ผลักดันต่อเนื่องผ่านเทศกาลต่างๆ
ร.อ.ธรรมนัส ยังระบุว่าหลังการปราศรัยกว่า 20 จังหวัด มั่นใจว่าจะปักหมุดได้ทุกจังหวัด การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคกล้าธรรมส่งผู้สมัคร สส.เขตทั้งหมด 112 คน
ตัวเลขตามโพลทั่วไปผมได้ประมาณ 40-50 คน แต่สำหรับโพลของพรรคคาดว่าประมาณ 60 คน บวกและลบเท่าไหร่ค่อยว่ากัน
สำหรับการเลือกตั้ง 3 เขตใน จ.พะเยา ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่าตัวเองไม่ใช่คนชอบฝัน แต่พรรคอื่นชอบฝันการเข้ามาหาเสียง จ.พะเยา ซึ่งพรรคการเมืองใหญ่เลือกปราศรัยใหญ่ที่กรุงเทพฯ แต่พรรคกล้าธรรมเลือกปราศรัย จ.พะเยาเพราะเป็นเมืองหลวงของพรรคกล้าธรรม
อ่านข่าว :
เลือกตั้ง 2569 : ปชป. ปราศรัยใหญ่ "การดี" ชูมืออาชีพเข้าใจบริบทนำพาประเทศ
เลือกตั้ง 2569 : ภท.ปราศรัยใหญ่ "สีหศักดิ์" ขอสานต่อ 4 เดือนเป็น 4 ปี สร้างรั้ว 3 ชั้นให้ประเทศ
เลือกตั้ง 2569 : "พรรคประชาชน" ปราศรัยโค้งสุดท้าย เรียกคะแนนลงหีบเลือกตั้ง
วันนี้ (6 ก.พ.2569) CNN รายงาน เกิดเหตุระเบิดพลีชีพภายในมัสยิดของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ในกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ระหว่างพิธีละหมาด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 169 คน ตามการยืนยันจากตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐบาล
เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ มัสยิดคาดิจา ตุล กุบรา อิมัมบาร์กาห์ (Khadija Tul Kubra Imambargah) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่กึ่งชนบทบริเวณชานเมืองอิสลามาบัด จุดเกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตนอนอยู่บนพรมภายในมัสยิด ท่ามกลางเศษกระจก เศษซากอาคาร และบรรยากาศโกลาหลของผู้มาประกอบศาสนกิจ นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากถูกนำออกมานอนรอความช่วยเหลือในสวนรอบมัสยิด ขณะที่ประชาชนพยายามโทรศัพท์ขอรถพยาบาลและความช่วยเหลือฉุกเฉิน
อิรฟาน เมมอน รองผู้ว่าการกรุงอิสลามาบัด ระบุในแถลงการณ์ว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 31 คน บาดเจ็บ 169 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาล แหล่งข่าวตำรวจ 2 นายเปิดเผยว่า มือระเบิดถูกเจ้าหน้าที่สกัดไว้ได้ที่ประตูทางเข้ามัสยิด ก่อนจะกดชนวนระเบิดขึ้น
แม้อิสลามาบัดจะเป็นเมืองหลวงที่มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด และเหตุระเบิดเกิดขึ้นได้ยาก แต่ปากีสถานกำลังเผชิญกับการก่อความไม่สงบและความรุนแรงจากกลุ่มติดอาวุธที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นการโจมตีที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในปากีสถาน นับตั้งแต่เหตุระเบิดมัสยิดในเมืองเปชาวาร์ เมื่อเดือน ม.ค.2566 ซึ่งเคยสร้างความสะเทือนใจและจุดกระแสความกังวลด้านความมั่นคงทั่วประเทศ
ชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือนิกายซุนนี เคยตกเป็นเป้าหมายของความรุนแรงทางนิกายมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะจากกลุ่มติดอาวุธซุนนีหัวรุนแรงอย่าง เตห์รีก-อี-ตอลิบาน ปากีสถาน (TTP) ซึ่งมองว่าชาวชีอะห์เป็นพวกนอกรีต
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ปีที่แล้ว เคยเกิดเหตุระเบิดพลีชีพในกรุงอิสลามาบัด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 12 คน และบาดเจ็บอีก 27 คน โดยรัฐบาลปากีสถานระบุว่าผู้ก่อเหตุเป็นชาวอัฟกานิสถาน แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีครั้งล่าสุด
อ่านข่าวอื่น :
ทรัมป์ประกาศหนุน "ซานาเอะ ทาคาอิชิ" ก่อนเลือกตั้งญี่ปุ่น 8 ก.พ.นี้
“กัญจนา” จี้ “ยกเลิก” ย้ายช้างป่าที่เหลือทั้งหมด ไม่ใช่ “ชะลอ”
อิหร่าน-สหรัฐฯ เปิดโต๊ะเจรจา ผ่านคนกลางโอมาน ท่ามกลางแรงกดดันทางทหาร