หมู่ 10 บ้านพุวิเศษ ต.เขากะลา อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ 60130 081-4161915 saichontangthai@gmail.com วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 09.00 น. - 16.00 น.
ครู กศน.ตำบลเขากะลา

IMG 8622.jpq

นางสาวสายชล  แตงไทย

ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบลเขากะลา

 เบอร์โทร 056-267-523

 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครสวรรค์

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป

06 กุมภาพันธ์ 2569

การศึกษา, เรียน สกร., รับสมัครนักศึกษา, สกร.นครสวรรค์, สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครสวรรค์
แพลตฟอร์ม กศน.นครสวรรค์

จำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์
038267
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ผู้เข้าชมทั้งหมด
19
34
150
37943
150
679
38267

Your IP: 192.168.1.1
2026-02-06 13:56

กศน.ตำบลเขากะลา เปิดสอนอาชีพ การสานเส้นพลาสติก สร้างรายได้

อาชีพ6

ครู กศน.ตำบล

ข่าวประชาสัมพันธ์ ไทยพีบีเอส

ข่าวไทยพีบีเอส - home

06 กุมภาพันธ์ 2569

ข่าวที่คุณวางใจ โดยสำนักข่าวไทยพีบีเอส ติดตามข่าวและสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศได้ที่นี่่
  • เกิดเหตุระเบิดพลีชีพในมัสยิดชีอะห์กลางกรุงอิสลามาบัด ดับ 31 เจ็บนับร้อย
    06 กุมภาพันธ์ 2569

    วันนี้ (6 ก.พ.2569) CNN รายงาน เกิดเหตุระเบิดพลีชีพภายในมัสยิดของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ในกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ระหว่างพิธีละหมาด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 169 คน ตามการยืนยันจากตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐบาล

    เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ มัสยิดคาดิจา ตุล กุบรา อิมัมบาร์กาห์ (Khadija Tul Kubra Imambargah) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่กึ่งชนบทบริเวณชานเมืองอิสลามาบัด จุดเกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตนอนอยู่บนพรมภายในมัสยิด ท่ามกลางเศษกระจก เศษซากอาคาร และบรรยากาศโกลาหลของผู้มาประกอบศาสนกิจ นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากถูกนำออกมานอนรอความช่วยเหลือในสวนรอบมัสยิด ขณะที่ประชาชนพยายามโทรศัพท์ขอรถพยาบาลและความช่วยเหลือฉุกเฉิน

    อิรฟาน เมมอน รองผู้ว่าการกรุงอิสลามาบัด ระบุในแถลงการณ์ว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 31 คน บาดเจ็บ 169 คน ถูกนำส่งโรงพยาบาล แหล่งข่าวตำรวจ 2 นายเปิดเผยว่า มือระเบิดถูกเจ้าหน้าที่สกัดไว้ได้ที่ประตูทางเข้ามัสยิด ก่อนจะกดชนวนระเบิดขึ้น

    แม้อิสลามาบัดจะเป็นเมืองหลวงที่มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด และเหตุระเบิดเกิดขึ้นได้ยาก แต่ปากีสถานกำลังเผชิญกับการก่อความไม่สงบและความรุนแรงจากกลุ่มติดอาวุธที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นการโจมตีที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในปากีสถาน นับตั้งแต่เหตุระเบิดมัสยิดในเมืองเปชาวาร์ เมื่อเดือน ม.ค.2566 ซึ่งเคยสร้างความสะเทือนใจและจุดกระแสความกังวลด้านความมั่นคงทั่วประเทศ

    ชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือนิกายซุนนี เคยตกเป็นเป้าหมายของความรุนแรงทางนิกายมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะจากกลุ่มติดอาวุธซุนนีหัวรุนแรงอย่าง เตห์รีก-อี-ตอลิบาน ปากีสถาน (TTP) ซึ่งมองว่าชาวชีอะห์เป็นพวกนอกรีต

    ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ปีที่แล้ว เคยเกิดเหตุระเบิดพลีชีพในกรุงอิสลามาบัด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 12 คน และบาดเจ็บอีก 27 คน โดยรัฐบาลปากีสถานระบุว่าผู้ก่อเหตุเป็นชาวอัฟกานิสถาน แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีครั้งล่าสุด

    อ่านข่าวอื่น :

    ทรัมป์ประกาศหนุน "ซานาเอะ ทาคาอิชิ" ก่อนเลือกตั้งญี่ปุ่น 8 ก.พ.นี้

    “กัญจนา” จี้ “ยกเลิก” ย้ายช้างป่าที่เหลือทั้งหมด ไม่ใช่ “ชะลอ”

    อิหร่าน-สหรัฐฯ เปิดโต๊ะเจรจา ผ่านคนกลางโอมาน ท่ามกลางแรงกดดันทางทหาร

  • เลือกตั้ง 2569 : ภท.ปราศรัยใหญ่ "สีหศักดิ์" ขอสานต่อ 4 เดือนเป็น 4 ปี สร้างรั้ว 3 ชั้นให้ประเทศ
    06 กุมภาพันธ์ 2569

    วันนี้ (6 ก.พ.2569) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง จัดปราศรัยใหญ่ปิดท้ายหาเสียงเลือกตั้ง ในธีม "เลือกพรรคภูมิใจไทยได้มืออาชีพ พลิกโฉมเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก" โดยมีแกนนำพรรคร่วมฟังการปราศรัย

    ทั้งนี้บรรยากาศเวทีปราศรัยมีการจัดซุ้มถ่ายภาพที่มีสแตนดี้ขนาดเท่าตัวจริงของนายอนุทิน นายสีหศักดิ์ นายเอกนิติ และนางศุภจี ให้ประชาชนที่มาฟังปราศรัยได้ร่วมถ่ายภาพด้วย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีแฟนคลับพรรคภูมิใจและกองเชียร์ของผู้สมัคร สส.กทม. แต่ละเขตมาให้กำลังใจคึกคัก

    นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แม่ทัพหาเสียง กทม. กล่าวเปิดเวทีว่า ไม่ได้คิดว่านี่เป็นการเดิมพันเฉพาะพรรคการเมือง แต่เป็นการเดิมพันไม่ใช่พรรคไหนชนะมาเป็นรัฐบาลเท่านั้น แต่เป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ เป็นการเดิมพันอนาคตของบ้านเมือง ลองถามใจตัวเองว่า​ เชื่อมั่นพรรคการเมือง เชื่อมั่นนโยบายของพรรคไหน และที่สำคัญที่สุดท่านเชื่อมั่นใครที่จะมาทำงานเป็นมืออาชีพ มาพลิกโฉมเศรษฐกิจ ฟันฝ่าวิกฤตนี้ไปได้ พรรคภูมิใจไทยเชื่อว่า​ วิกฤตนี้เป็นรอยต่อ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ ซึ่งการเดิมพันไม่ใช่เดิมพันว่าพรรคการเมืองไหนจะชนะเลือกตั้งเข้ามาสู่อำนาจเท่านั้น แต่เป็นการเดิมพันของประเทศ

    ฉะนั้นพรรคภูมิใจไทยจึงได้คัดสรร สรรหาบุคคลที่เป็นมืออาชีพ เพราะบ้านเมืองต้องการมืออาชีพเข้ามาทำงาน วันนี้ทุกท่านอาสารับใช้พวกท่านเราเปิดหน้า เปิดตัวประกาศล่วงหน้าท่านสามารถเลือกแบบไม่ต้องลุ้น รู้เลยว่าถ้าเลือกพรรคภูมิใจไทยจะได้ใครมาทำงานให้กับท่านซึ่งเป็นคนที่ได้พิสูจน์ฝีมือการทำงานของตัวเองมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    จากนั้นนายสีหศักดิ์​ ขึ้นเปิดการปราศรัยโดยได้เปิดใจว่า เป็นนักการทูตมืออาชีพ คิดไม่ถึงว่าจะได้มารับหน้าที่เป็น รมว.ต่างประเทศ และยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกด้วย สิ่งที่อยู่ในใจตลอดเวลาตอนที่เป็นเอกอัครราชทูต​ มีพระราชกระแสจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าผลประโยชน์ของประเทศไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ตนมองว่าประเทศไทยอยู่กับที่และบางครั้งถอยหลังสถานะหายจากจอเรดาร์เวทีโลก เพราะการเมืองของไทยไม่นิ่ง เศรษฐกิจไทยไม่ดี และการทูตต้องตั้งรับอยู่ตลอดเวลา

    เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้​ เป็นหน้าที่ของทุกท่านที่จะเลือกผลที่มีความสามารถในการขับเคลื่อนประเทศไทย ซึ่งคิดว่าสิ่งที่ประชาชนคาดหวังมากกว่านั้น คือต้องการเห็นการเมืองใหม่ การเมืองที่มีมาตรฐานสูงขึ้น อยากเห็นผู้บริหารรัฐบาลที่มีความสามารถเป็นอาชีพ การเมืองที่โปร่งใสตรวจสอบได้

    พร้อมฉายผลงานการทำงานตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศวันแรก ที่ต้องรับมือกับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ซ้ำเติมทั้งการท่องเที่ยวหุ้นและนักลงทุนต่างประเทศ จนสามารถพลิกเกม เอาพื้นที่อธิปไตยคืนมา และได้เปรียบในเวทีโลก

    ปัจจุบันทุกคนอยากให้มีการสร้างรั้วแต่ตนคิดว่ารั้วที่ดีที่สุดต้องมี 3.ชั้นคือ 1.ความเข้มแข็งของทหารไทย 2.ความเข้มแข็งทางการทูต ไม่ยอมเสียเปรียบเด็ดขาด 3.ความเข้มแข็งของผู้นำไทย ที่นำพาเรามาสู่ปัจจุบัน

    อย่างไรก็ตามเรื่องการต่างประเทศไม่ได้มีกัมพูชาเพียงอย่างเดียวต้องนำความเชื่อมั่นกลับมาสู่ประเทศไทย ซึ่งเชื่อว่า 4 เดือนที่ผ่านมาเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสถานะของประเทศไทยเป็นอย่างไร

    "ผมอยากพูดว่า yes , we can เราทำได้ ขอให้มั่นใจในพรรคภูมิใจไทยและมั่นใจในความเป็นมืออาชีพของเรา จาก 4 เดือนนั้นขอเป็น 4 ปีได้หรือไม่ ซึ่งใน 4 ปีนี้เชื่อว่าจะนำประเทศไทยไปสู่เวทีโลกอย่างแท้จริง และ 4 ปีต่อไปนี้การทูตของเราต้องมีชั้นเชิงมากยิ่งขึ้น พร้อมให้คำมั่นหากได้กลับมาเป็นรัฐบาล จะนำประเทศไทยกลับสู่เวทีโลกอย่างมีกิตติภูมิ มีศักดิ์ศรี ผลประโยชน์ของประเทศก็มาก่อน และประเทศไทยต้องเป็นไทย (ไท)"

    "เอกนิติ" เปิดใจทิ้งชีวิตราชการ อาสาพาประเทศรอดพ้นวิกฤต

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เคยเห็นวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 เคยเห็นคนตกงาน เคยเห็นธุรกิจที่เจ๊ง เห็นเพื่อนที่ต้องเลิกเรียนหนังสือ จึงไม่สามารถปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้กับประเทศไทยได้อีก จะเห็นได้ว่าคนไทยรู้และพูดแต่ไม่ค่อยมีคนออกมาทำ ตนจึงอาสาออกมาทำ จนคิดว่าถ้ามีแต่คนพูดไม่มีคนออกมาทำประเทศไทย จะเจอวิกฤตแน่ ๆ สิ่งหนึ่งที่ตนเข้ามาเพราะเป็นห่วง มีคำเตือนจากบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือของทั่วโลก ได้เตือนว่าเสถียรภาพการคลังของประเทศไทยเป็นลบ ทำให้โอกาสที่จะเจอวิกฤตนั้นสูงมากตนจึงเห็นทุกอย่างใน 73 วันแรก ได้ขอคืนหนี้ ธ.ก.ส.ให้กับประชาชน ซึ่งไม่มีใครคืนมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ตนก็ทำเรื่องความยั่งยืนทางการคลัง เพื่อให้ประเทศไทยรู้ว่าเราไม่แย่อย่างที่คิด

    โดยในวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา เป็นวันที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือมองว่าประเทศไทยมีมาตรฐานหรือมีเสถียรภาพแล้ว ซึ่งนี่คือสิ่งที่ตนดีใจ โดยตนได้ให้สัมภาษณ์ทุกที่ว่าไม่เสียใจเลยที่ทิ้งชีวิตราชการออกมา แล้วทำให้ประเทศไทยรอดพ้นจากวิกฤต

    ทั้งนี้​ได้เสนอตัวขอนายกรัฐมนตรีทำโครงการคนละครึ่งพลัส รวมถึงโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เพื่อผลักดันเศรษฐกิจ วันนี้กระทรวงการคลัง คาดการณ์แล้วว่าจีดีพีจะโตขึ้น 1.8 % ซึ่งตัวเลขนี้อาจดูไม่เข้าใจแต่ไตรมาสที่ 4 ช่วงที่มีโครงการคนละครึ่ง โครงการเที่ยวดีมีคืน จะเห็นรอยยิ้มของใบหน้าชาวบ้าน นั่นคือสิ่งที่ทำให้ตนไม่เสียใจที่ลาออกมาจากราชการ เราเห็นความคึกคักและสิ่งต่างๆ เพราะประชาชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้นสามารถปิดหนี้ได้ ช่วยคนเป็นหนี้ให้สามารถปิดหนี้ได้ไว และช่วยชีวิตให้สามารถไปต่อได้ ยังมีโครงการ SMEs ที่เพิ่มสภาพคล่องให้ โดยกรมสรรพากรคืนภาษีให้กับ SEMs เม็ดเงินทั้งหมดนี้ไม่ได้ก่อหนี้เพิ่มสักบาทเดียว เป็นเงินงบประมาณที่อนุมัติไว้อยู่แล้ว ให้สามารถหมุนกระตุ้นเศรษฐกิจได้หลายรอบ และใช้เงินจากแบงก์ชาติที่เหลืออยู่เพื่อนำมาทำโครงการปิดหนี้ไวไปต่อได้

    ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่า จะไม่ทำประชานิยม เพราะมันคือการก่อหนี้ให้ลูกหลานและทำให้ลูกหลานเป็นหนี้ทิ้งภาระไว้ให้คนรุ่นหลัง ดังนั้น​ต้องใช้เงินให้มีประสิทธิภาพใช้ภายใต้กรอบวินัยทางการเงินการคลัง และขอไปบอกพรรคการเมืองว่าอย่าทำเลยประชานิยม

    "ยังไม่สบายใจยังมีความทุกข์อยู่เพราะต่างชาติเล็งเห็นว่าไทยเป็นคนป่วยแห่งเอเชียตนไม่สามารถรับได้ และที่สำคัญเมื่อยกประเทศไทยออกจากหล่ม แต่ก็ยังไม่สบายใจเพราะเราจะสามารถทำให้คนป่วยกลับมาแข็งแกร่งและแข่งกับเวทีโลกได้อย่างไร ภาพนี้คือภาพที่สะท้อนว่าทำไมตนจึงอาสาขอทำต่อ"

    อ่านข่าว :

    เลือกตั้ง 2569 : เข้าคูหา เลือก สส.-ออกเสียงประชามติ ทุกคำถามมีคำตอบที่นี่

    แลนด์สเคป "เลือกตั้ง 69" ส้ม-น้ำเงิน-แดง-ฟ้า

    เลือกตั้ง 2569 : "พรรคประชาชน" ปราศรัยโค้งสุดท้าย เรียกคะแนนลงหีบเลือกตั้ง

  • เลือกตั้ง 2569 : ปชป. ปราศรัยใหญ่ "การดี" ชูมืออาชีพเข้าใจบริบทนำพาประเทศ
    06 กุมภาพันธ์ 2569

    วันนี้ (6 ก.พ.2569) นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวในการปราศรัยใหญ่เวทีสุดท้ายว่า การลงสนามเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือก สส. แต่เป็นการเลือกผู้นำที่จะพาประเทศไปสู่อนาคตที่ดีกว่า เพราะประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญมาก

    นางการดี วิจารณ์บางพรรคที่ประกาศจะ "ขุดรากรื้อระบบ" ในช่วงเวลาที่ประเทศเปราะบาง โดยย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงต้องชาญฉลาด เข้าใจบริบท และใช้มืออาชีพ ไม่ใช่การเปลี่ยนแบบทึกทักไปเองหรือพูดแล้วทำทันทีโดยไม่คิดก่อนทำและไม่มีเป้าหมายชัดเจน บางพรรคใช้นโยบายประชานิยมสุดโต่ง หรือทำเสร็จเร็วแต่ไร้ทิศทาง เธอเชื่อว่าประเทศต้องการผู้นำที่เข้าใจปัญหา และพรรคประชาธิปัตย์พร้อมตั้งเป้าหมายที่เชื่อมั่นได้

    นางการดี ย้ำว่าหากมองการเลือกตั้งเป็นการเดิมพันอนาคตของลูกหลาน ทุกพรรคควรทำการเมืองโดยยึดอนาคตประเทศเป็นตัวตั้ง ต้องมีเป้าหมายที่วัดผลได้ใน 5-10 ปีข้างหน้า เช่น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทำให้ตลาดหลักทรัพย์เป็นแหล่งระดมทุนที่ยั่งยืน ไม่ใช่แหล่งฟอกเงิน สร้างเศรษฐกิจสีขาว ลดการทุจริตคอร์รัปชัน และทำให้การลงทุน-ทำธุรกิจสะดวกง่ายขึ้น ยืนยันประชาธิปัตย์มีจริยธรรมสูงกว่ากฎหมาย ทำให้ประเทศไทยไม่ต้องอายใครในสายตาโลก

    และยังระบุว่าการเปลี่ยนแปลงไม่น่ากลัว แต่การเปลี่ยนแล้วไม่รู้จะไปไหนต่างหากที่น่ากลัวที่สุด ประเทศไทยต้องการการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณภาพ ต้องมีศิลปะและใช้มืออาชีพที่ไว้ใจได้ พรรคประชาธิปัตย์จึงเป็นศูนย์รวมของคนรุ่นใหม่ที่มีใจเดียวกันและฝันเดียวกันในการสร้างสิ่งดี ๆ ให้ลูกหลาน ยอมรับว่าประสบการณ์ของพรรคทั้งการทำงานร่วมกับภาคเอกชนและภาครัฐ จะช่วยให้การเปลี่ยนแปลงมีทิศทางชัดเจน ไม่สร้างปัญหาใหม่ หรือเน้นผลระยะสั้นจนกระทบระยะยาว

    ตัวอย่างอดีตที่ประเทศไทยเคยผ่านวิกฤตเศรษฐกิจหนัก ๆ และวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และนายกรณ์ จาติกวณิช เป็นรัฐมนตรีคลัง ที่พาประเทศก้าวข้ามวิกฤตได้ในเวลาสั้น ด้วยงบประมาณจำกัดแต่มีนโยบายที่ช่วยประชาชนได้จริง วันนี้ประเทศเผชิญวิกฤตซ้ำซ้อน จึงต้องการผู้นำที่เข้าใจบริบทและความซับซ้อนของปัญหาโลก

    ด้านนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวขอบคุณนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ทำให้ตนกลับมาทำการเมืองอีกครั้ง หลังหยุดไปหลายปีเพราะหมดไฟ แต่เมื่อได้คุยกับนายอภิสิทธิ์เพียงวันเดียว ตนตัดสินใจภายใน 5 นาที เพราะเชื่อว่านายอภิสิทธิ์เป็นคนเดียวที่สามารถพาพรรคกลับมาเป็นที่จับตามองได้

    พร้อมเล่าว่า 4 เดือนที่แล้ว พรรคประชาธิปัตย์เหลือความนิยมเพียงร้อยละ 1-2 สส.ทยอยลาออก แต่เมื่อนายอภิสิทธิ์กลับมา พรรคฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด ยกให้อภิสิทธิ์คือ "เดอะแบก" ที่ทำงานหนักสุดขีด ตื่นตี 5 ลงพื้นที่ตลาด เช้าประชุม ดีเบต เย็นเดินทางต่อ ติดต่อกัน 2 เดือนโดยไม่เคยบ่น พร้อมทำทุกอย่างที่พรรคต้องการ

    นายสกลธี ยังวิจารณ์ปิดท้ายว่า บางพรรคพูดว่า "ไม่เลือกเรา เขามาแน่" ซึ่งน่าจะหมายถึงพรรคประชาชน แต่ย้อนถามว่าพรรคนั้นเคยประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง กทม. หรือไม่ และหากกลัวคะแนนตกน้ำจริง ควรเลือกประชาธิปัตย์มากกว่า

    อ่านข่าว :

    กกต.เตือน "แฟนกีฬา" ใส่เสื้อติดเบอร์ เสี่ยงผิดกฎหมายเลือกตั้ง

    เลือกตั้ง 2569 : "เพื่อไทย" ปราศรัยใหญ่ทิ้งทวน ปลุกกระแสโหวตเตอร์โค้งสุดท้าย

    "ทิ้งทวน" สนามกทม. 4 พรรคใหญ่ "พลิกเกม" เจาะสส.เมืองหลวง

  • เปิด Peace Room "ไทยพีบีเอส" ตั้งศูนย์รายงานคะแนนเลือกตั้ง เรียลไทม์ 8 ก.พ.นี้
    06 กุมภาพันธ์ 2569

    ไทยพีบีเอส เปิด Peace Room ศูนย์บัญชาการเลือกตั้ง และ Press Center 8 ก.พ.นื้ รายงานผลคะแนนสดจากหน่วยเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ ชวนสื่อไทย-ต่างชาติร่วมเกาะติด เปิดพื้นที่รายงานข่าวโปร่งใส แม่นยำ น่าเชื่อถือ วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวแบบนาทีต่อนาที ให้เสียงของทุกคนมีความหมาย พร้อมเปิดตัวแพลตฟอร์มรายงานผลคะแนนแบบเรียลไทม์ www.thaipbs.or.th/Election69 เกาะติดเลือกตั้งครบทุกมิติ

    องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส เตรียมเปิด Peace Room ศูนย์บัญชาการเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 เพื่อรายงานผลคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบทั่วไป และการออกเสียงประชามติ 2569 แบบเรียลไทม์จากหน้าหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ ผ่านการทำงานร่วมกัน 26 องค์กรภาคีสื่อ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน โดยเริ่มรายงานทันทีหลังปิดหีบเลือกตั้งเวลา 17.00 น.

    ความร่วมมือครั้งนี้ นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สื่อไทย ที่สื่อมวลชนและภาคประชาชนร่วมกันรายงานผลคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ โปร่งใส แม่นยำ และตรวจสอบได้ เพื่อให้เสียงของทุกคนมีความหมายในกระบวนการประชาธิปไตย

    นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ด้านเทคโนโลยี กล่าวว่า การทำงานของ Peace Room ศูนย์บัญชาการเลือกตั้ง เป็นการรายงานผลการนับคะแนนแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นความร่วมมือของสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) ไทยพีบีเอส เครือข่ายสื่อพลเมือง พันธมิตรสื่อ 26 องค์กร และอาสาสมัครทั่วประเทศ ร่วมรายงานผลคะแนนจากหน้าหน่วยเลือกตั้ง ตั้งแต่เริ่มปิดหีบและนับคะแนน ทั้งการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ผ่านเครือข่ายอาสาสมัครที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศมากกว่า 10,000 คน

    ภายใต้การทำงานและบริหารเครือข่าย โดยทีมนักข่าวพลเมืองไทยพีบีเอส และ VOTE62 โดยที่ศูนย์บัญชาการจะมีนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมตรวจสอบและคัดกรองข้อมูลก่อนเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ พร้อมทีมงานใน Peace Room กว่า 200 คน ทำงานร่วมกันเพื่อให้การรายงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว แม่นยำ โปร่งใส และตรวจสอบได้

    สำหรับการปฏิบัติงานในวันเลือกตั้ง จะใช้พื้นที่ Convention Hall II อาคาร D ไทยพีบีเอส เป็นศูนย์กลางการรายงานผลคะแนนแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป โดยไทยพีบีเอสยังจัดตั้ง Press Center สำหรับผู้สื่อข่าวต่างประเทศ พร้อมจอมอนิเตอร์แสดงผลคะแนนและข้อมูลการเลือกตั้งแบบเรียลไทม์จากหลายมิติ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำข่าว และสนับสนุนการสื่อสารข้อมูลการเลือกตั้งของประเทศไทยสู่สื่อมวลชนและนานาชาติ

    นอกจากการรายงานโดยอาสาสมัครภาคประชาชนแล้ว ในครั้งนี้จะมีการเชื่อมต่อข้อมูลโดยตรงจากสำนักงาน กกต. และมีสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่เข้ามาช่วยประมวลผลข้อมูลระดับประเทศให้สื่อมวลชนทุกช่องได้รับข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อให้การรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการครั้งนี้ เป็นครั้งที่สมบูรณ์ที่สุดจนนับคะแนนเสร็จสิ้น เพราะการรายงานผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ความรวดเร็ว แต่สิ่งสำคัญที่ต้องการให้ทุกคนได้รู้คือ ความถูกต้อง ซึ่งทันทีที่หีบเลือกตั้งปิดลงในเวลา 17.00 น. ปฏิบัติการรายงานผลแบบเรียลไทม์จะเริ่มขึ้นทันที

    ขณะเดียวกันทีมข่าวไทยพีบีเอส ทำหน้าที่เกาะติดทุกความเคลื่อนไหว ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เวลา 07.30-24.00 น. โดยเกาะติดบรรยากาศการเลือกตั้ง ตั้งแต่เปิดจนถึงปิดหีบเลือกตั้ง การนับคะแนนเสียง วิเคราะห์ผลเลือกตั้ง และแนวโน้มการจับมือจัดตั้งรัฐบาล

    ด้าน น.ส.กนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส กล่าวว่า ในวาระเลือกตั้งครั้งนี้ ไทยพีบีเอสได้มีการจัดทำเว็บไซต์ www.thaipbs.or.th/Election69 ซึ่งเป็นศูนย์รวมข้อมูลการเลือกตั้ง 2569 อย่างรอบด้าน มีไฮไลต์บริการสำคัญ ๆ หลายด้านเผยแพร่ในทุกช่องทางออนไลน์ อาทิ

    • Election Results รายงานผลคะแนนเลือกตั้ง ทุกเขต ทุกพื้นที่ แบบเรียลไทม์ ตรวจสอบคะแนนได้ทุกมิติความต้องการ พร้อมทดลองจับขั้วพรรคการเมืองด้วยตัวเอง

    • Election Verify ตรวจสอบข่าวปลอม คัดกรองข่าวจริง สร้างสังคมการรู้เท่าทันข่าวลวง ข้อมูลเท็จช่วงการเลือกตั้ง พร้อมตรวจสอบนโยบายของทุกพรรคการเมืองอย่างทั่วถึง

    • Tracking Poll การสำรวจแนวโน้มคะแนนความนิยม อัปเดตอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นพื้นที่สะท้อนมุมมองของประชาชนที่มีต่อการเลือกตั้ง

    • Election For All เพื่อการเข้าถึงข้อมูลอย่างเท่าเทียม ด้วย Big sign ภาษามือใหญ่เต็มจอ, Text To Speech อ่านให้ฟังกับทุกข่าวสารเลือกตั้ง และบริการข้อมูลข่าวสารภาคภาษาอังกฤษ

    • Election One Word ร่วมส่งความคิดเห็น เรื่องที่ต้องการให้ได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

    • Election Content รวมเกร็ดการเมืองที่ต้องรู้ก่อนเลือกตั้ง

    • Election Activity รับชมทุกกิจกรรมเกาะติดการเลือกตั้งจากไทยพีบีเอส ทั้งในรูปแบบรับชมสด รับชมย้อนหลัง และทุกไฮไลต์จากทุกเวทีดีเบต

    ทั้งนี้ สามารถรับชมรายงานสดตรงจากหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ เกาะติดสถานการณ์นาทีต่อนาที ตั้งแต่เปิดหีบจนนับคะแนนเสร็จสิ้น วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 ตั้งแต่เวลา 07.30 - 24.00 น. ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และร่วมติดตามข่าวและข้อมูลการนับคะแนนรวมถึงบรรยากาศหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ ทุกช่องทางออนไลน์ไทยพีบีเอส และ www.thaipbs.or.th/Election69

    อ่านข่าว

    รู้จัก "บัตรเลือกตั้ง-บัตรออกเสียงประชามติ" ก่อนไปใช้สิทธิเลือกตั้งปี 2569

    เลือกตั้ง 2569 : เข้าคูหา เลือก สส.-ออกเสียงประชามติ ทุกคำถามมีคำตอบที่นี่

    กระบวนการหลัง "ปิดหีบ" 8 ก.พ. เลือกตั้ง 2569 และ ออกเสียงประชามติ