หมู่ 10 บ้านพุวิเศษ ต.เขากะลา อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ 60130 081-4161915 saichontangthai@gmail.com วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 09.00 น. - 16.00 น.
ครู กศน.ตำบลเขากะลา

IMG 8622.jpq

นางสาวสายชล  แตงไทย

ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบลเขากะลา

 เบอร์โทร 056-267-523

 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครสวรรค์

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป

06 กุมภาพันธ์ 2569

การศึกษา, เรียน สกร., รับสมัครนักศึกษา, สกร.นครสวรรค์, สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครสวรรค์
แพลตฟอร์ม กศน.นครสวรรค์

จำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์
038298
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ผู้เข้าชมทั้งหมด
50
34
181
37943
181
679
38298

Your IP: 192.168.1.1
2026-02-06 17:42

56190042 2260674744220505 5800387873374994432 o

กศน.ตำบลเขากะลา จัดกิจกรรมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน การทำน้ำตาลอ้อย ซึ่งเป็นการส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากพืชผลทางการเกษตรของประชาชนตำบลเขากะลา เพื่อเพิ่มรายได้ลดรายจ่าย และต่อยอดอาชีพเดิม

หน้าที่ 2 จาก 2

ข่าวประชาสัมพันธ์ ไทยพีบีเอส

ข่าวไทยพีบีเอส - home

07 กุมภาพันธ์ 2569

ข่าวที่คุณวางใจ โดยสำนักข่าวไทยพีบีเอส ติดตามข่าวและสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศได้ที่นี่่
  • เลือกตั้ง 2569 : พท.ซัดพรรคปลุกกระแสชาตินิยม เชื่อ "ยศชนัน" คือความหวังประเทศ
    06 กุมภาพันธ์ 2569

    วันนี้ (6 ก.พ.2569) "พรรคเพื่อไทย" จัดเวทีปราศรัยใหญ่ก่อนการเลือกตั้งที่สนามเทพหัสดิน ภายใต้สโลแกน "ยศชนันทำได้ ทำให้ไทยยิ่งใหญ่" โดยมีแกนนำพรรค นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตฯ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย แกนนำพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส.เขตและบัญชีรายชื่อ ร่วมเวทีปราศรัยใหญ่ครั้ง

    นายจุลพันธ์ ปราศรัยชี้ว่า การทำงานรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยที่ผ่านมาแผ่กิ่งก้านสาขาของความไม่โปร่งใส โดยระบุว่าปกปิดคดีเขากระโดง ฮั้ว สว. และการทุจริตโครงการโมโตจีพี ขณะเดียวกันยังแบ่งคนด้วยความรักชาติ ขณะที่พรรคเพื่อไทยถูกตราหน้าว่าเลือดจะไหลหมดตัว จะกลายเป็นพรรคเล็กและจะสูญพันธุ์หลังการเลือกตั้ง แต่วันนี้พรรคเพื่อไทยลุกขึ้นอีกครั้งด้วยพลังของประชาชน นอกจากนี้ยังมีบางพรรคพยายามเคลมเสื้อแดงไปจากพรรคเพื่อไทย แต่วันนี้คนเสื้อแดงกลับมามีเสียง มีที่ยืนในสังคม มั่นใจว่าเพื่อไทยกลับมาแลว และกลับมาอย่างยิ่งใหญ่

    นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยจะสร้างประเทศที่มั่นคงด้วยนายกรัฐมนตรีชื่อ อ.เชน ยศชนัน พร้อมขอบคุณกลุ่มเจน Z ที่เชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทย โดยพรรคเพื่อไทยไม่ต่อว่าใคร ไม่สร้างความแตกแยก ไม่ทำสิ่งที่ชนะในโซเชียล แต่แพ้ในความเป็นจริง หากประชาชนเลือกเพื่อไทย สัญญาว่าจะอยู่กับประชาชนและเดินเคียงบ่าเคียงไหล่กับคนเสื้อแดง นอกจากนี้ยังเชื่อว่า นายยศชนัน คือความหวังที่ทำได้จริง เป็นนายกฯ ที่นำพาประเทศออกจากความขัดแย้ง และเป็นนายกฯ ของคนไทยทุกคน จึงขอให้ร่วมกันเปลี่ยนประเทศไทยด้วยการเลือกนายยศชนัน

    "ณัฐวุฒิ" ซัดพรรคการเมืองปลุกกระแสชาตินิยม

    ขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียพรรคเพื่อไทย ปราศรัยว่า การเมืองเมื่อถึงโค้งสุดท้าย เข้าทางตรงเหลืออีก 50 เมตรจะถึงเส้นชัย มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นมากมาย มีการใช้อำนาจรัฐอย่างไม่ชอบมาพากล มีแววว่าจะฉ้อฉลเพื่อผลประโยชน์ในสนามเลือกตั้ง ช่วงบ่ายมีการออกหมายเรียกผู้สมัคร สส.กาฬสินธุ์ ของพรรคเพื่อไทยให้ไปรายงานตัว เข้าไปให้การในคดีพนันออนไลน์ แต่จากการตรวจสอบพบว่ามีการไปขอหมายจับหลายรอบ แต่ศาลไม่อนุมัติ

    "ไม่รู้ว่าใครผิดหรือใครถูก ถ้าเป็นคดีต้องไปพิสูจน์กันในกระบวนการยุติธรรม แต่การใช้หมายเรียกแบบนี้ หมายความว่ามีผู้มีอำนาจไปสั่งตำรวจให้ใช้อำนาจออกหมายเรียก แล้ว 2 วันจะถึงวันเลือกตั้ง รีบร้อนเป็นตายขนาดไหนถึงมาเรียกเอาวันนี้ แล้วไปรายงานตัววันที่ 20 ก.พ. เรียกวันที่ 9 ก.พ. ไม่ได้หรืออย่างไร" นายณัฐวุฒิ กล่าว

    นายณัฐวุฒิ ตั้งคำถามถึงกรณี "คลิปประกาศศักดา" ที่ยังไม่มีการเรียกมาถามและยังอ้างเหตุผลต่างๆ นานา พร้อมระบุว่า นอกเหนือจากการใช้อำนาจอย่างน่ากังขาแล้ว ยังมีเสียงสะท้อนจากชาวบ้านในหลายจังหวัดว่ามีการใช้กระสุนอย่างมากมาย เตรียมทรัพยากรเป็นก้อนเป็นตั้ง แล้วแจกกันสะบั้นหั่นแหลก

    การเลือกตั้งครั้งนี้ ขอให้เลือกนโยบาย เลือกพรรคเพื่อไทย เลือกนายยศชนัน ซึ่งในการหาเสียงเลือกตั้งที่นายยศชนันลงสนาม พรรคเพื่อไทยพูดนโยบายมากที่สุดและชัดที่สุด ทุกนโยบายของพรรคเพื่อไทย ประชาชนจำได้ เพราะเชื่อว่าเพื่อไทยทำได้

    นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงการหาเสียงของหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่ง ว่า ประกาศตัวเป็นพรรครักชาติ แล้วชี้พรรคอื่นว่าเป็นพรรคเกลียดชาติ กระทบกระแทกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแต่ "อังเคิล" เพราะคงคิดว่าจะทำให้ น.ส.แพทองธาร เจ็บปวดและบอบช้ำทางการเมือง แต่เนื้อหาสาระและวิธีการที่ น.ส.แพทองธาร สนทนาทางโทรศัพท์มีเจตนาสร้างสันติภาพ ไม่มีเจตนาเป็นอย่างอื่น หากจะมีคนผิดจริยธรรมก็คือผู้นำอีกประเทศที่แอบอัดคลิปแล้วเอามาปล่อย

    นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า เรื่องชาตินิยมเป็นเรื่องดีที่ทำให้คนรักชาติ แต่หากล้นเกินแล้วมาหาประโยชน์ทางการเมือง ไม่ใช่และไม่ควร จึงขอให้ตั้งสติ เพราะหน้าที่เอาดินแดนคืนเป็นงานของทหาร อย่าไปเคลมของเขา การปกปักพิทักษ์ชายแดน การยึดคืนพื้นที่ ป้องกันไม่ให้เกิดการรุกราน เป็นเรื่องของทหาร ส่วนหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ที่ควบตำแหน่ง รมว.มหาดไทย คือต้องไปยึดเขากระโดงกลับมา

    “ยศชนัน” ประกาศพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 33

    ด้านนายยศชนัน แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ประกาศความพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทย โดยบางช่วงบางตอน นายยศชนันระบุว่า ตนเองได้รับโอกาสอีกครั้ง และครั้งนี้ตนพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงความความหวังของคนไทยทุกคนให้เป็นความจริง ทำเพื่อคนไทยทุกคนให้ดีที่สุด

    ความหวังของเกษตรกรที่ผลผลิตทางการเกษตรจะมีราคาดีขึ้น ทำการเกษตรแล้วได้กำไร ความหวังของคนค้าขายที่รอคอยกำลังซื้อ ความหวังของ SME และ Startup ที่กำลังแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศ ความหวังของคนทำประมง ความหวังของครู ข้าราชการ ที่รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ความหวังของประชาชนที่จะเข้าถึงการรักษาที่ดี แม้อยู่ในที่ห่างไกล ความหวังที่จะเดินทางได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ในราคาที่เหมาะสม ความหวังที่จะมีน้ำประปาสะอาด ไฟฟ้าส่องสว่างในทุกๆ ที่ ความหวังที่ลูกหลานจะอยู่อย่างปลอดภัยจากยาเสพติด และความหวังที่จะได้รับการดูแลจากรัฐ

    นายยศชนัย กล่าวอีกว่า สิ่งที่จะส่งมอบให้คนไทยทุกคนในอีก 4 ปีข้างหน้า คือการดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบ เพิ่มฐานรายได้ให้กับประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยยืนอยู่อย่างสง่าผ่าเผยในเวทีโลก ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แก้หนี้ทั้งระบบและดูแลกลุ่มเปราะบางให้ดีที่สุด ยกระดับเศรษฐกิจสุขภาพ เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และเศรษฐกิจการเงิน วางโครงสร้างพื้นฐานทุกมิติเพื่อคนไทย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยในเวทีโลก รวมึงบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติทั้งระบบ

    ประเทศไทยต้องไร้คอร์รัปชัน ด้วยรัฐบาลดิจิทัล ดูแลประชาชนด้วยวิทยศาสตร์ มีข้อมูลอย่างเป็นธรรมและที่สำคัญที่สุด ประเทศไทยจะดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

    พร้อมย้ำว่า วันที่ 8 ก.พ.นี้ ขอโอกาสให้พรรคเพื่อไทยดูแลประชาชนอีกครั้ง โดยตนเองพร้อมแล้วที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย เปลี่ยนแปลงความหวังและความฝันของประชาชนคนไทยให้เป็นความจริง

    อ่านข่าว

    เลือกตั้ง 2569 : "อนุทิน" ลั่นประเทศไม่ใช่ที่ทดลองงานของมือใหม่ ยกเลิก MOU 44 เมื่อได้กลับเป็น รบ.

    เลือกตั้ง 2569 : "ไทยก้าวใหม่" ชูธนู 4 ดอก หวังพาไทยทวงบัลลังก์อาเซียน

    เลือกตั้ง 2569 : โค้งสุดท้าย ปชน. "ณัฐพงษ์" ชี้กาส้มใบเดียวได้แบบเดิม กา 2 ใบได้เปลี่ยนแปลง

  • เลือกตั้ง 2569 : "อนุทิน" ลั่นประเทศไม่ใช่ที่ทดลองงานของมือใหม่ ยกเลิก MOU 44 เมื่อได้กลับเป็น รบ.
    06 กุมภาพันธ์ 2569

    วันนี้ (6 ก.พ.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัย​ กล่าวว่า​ พรรคภูมิใจไทย​ รับใช้ประเทศ​มา 17 ปี​ ทราบดี​ ในช่วง 17 ปีที่ผ่านมา​ ปีนี้หนักกว่าทุกปี เพราะปีนี้เล่นเกมเป็นนายกรัฐมนตรี จึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการให้ทุกคนในห้องนี้และประชาชนคนไทยเห็นว่า​ดีพอ คู่ควร ในการเป็นพรรคการเมืองหลักที่จะเป็นที่พึ่งหวังพึ่งพิงของประชาชนชาวไทยได้

    "พรรคภูมิใจไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เป็นหัวหน้าพรรคมา ในเดือน ก.ย.2555 พรรคภูมิใจไทย ไม่เคยเล็กลง มีแต่ใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัวทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง มีข้อยกเว้นที่คราวนี้พรรคภูมิใจไทยจะใหญ่ขึ้นมากกว่าหนึ่งเท่าตัว"

    นายอนุทิน กล่าวอีกว่าจากที่ใครเคยพูดว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นแค่พรรคบ้านใหญ่ ก็พูดไม่ผิด​ แต่คิดผิด พรรคบ้านใหญ่มาแค่ช่วยคน และดูแลคนในพื้นที่คิดเรื่องโครงสร้างไม่เป็น แต่ทั้ง 3 คนได้พิสูจน์แล้วว่าโครงสร้างพรรคภูมิใจไทยที่คิดให้กับประเทศไทยแน่นยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็กตึก 50 ชั้น รับรองว่าไม่ถล่มลงมาแน่นอน ที่ถล่มลงมาไม่ใช่ที่พรรคภูมิใจไทยลงนามแน่นอน

    นายอนุทิน​ กล่าวถึงกรณีที่​ ​ The Financial Times ให้ไทยกลายเป็นเสือป่วยแห่งเอเชีย​ จึงอยากจะบอกว่า​ หากพรรคภูมิใจไทยได้กลับเข้าไปบริหารประเทศอีก จะไม่มีวันยอมรับตำแหน่ง "คนป่วยแห่งเอเชีย" เป็นอันขาด และนอกจาก​จะไม่เป็นคนป่วยแห่งเอเชียแล้ว​ จะเป็นคนที่แข็งแรง​ มีพลังเป็นประเทศที่ใคร ๆ ในโลกนี้ต้องมาเป็นพันธมิตรในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจไปด้วยกัน ยืนยัน​จะไม่ยอมให้ประเทศไทย เป็นผู้ที่ถูกกำหนดกฎเกณฑ์ใด ๆ ที่ไม่ก่อประโยชน์และลบศักยภาพของประเทศไทยอย่างแน่นอน

    นายอนุทิน​ กล่าวต่อว่า​ หากประชาชนให้กลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง​ จะเห็นประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็ง​ อุตสาหกรรมใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นมีอนาคตที่ดีขึ้น และนโยบายประชานิยมในอดีตไม่ตอบโจทย์ เชื่อว่า​ นโยบายประชานิยมแจกเงินอย่างเดียวกำลังจะส่งผลเสียกับประเทศไทยในระยะยาว สิ่งเหล่านี้ถูกทำมาก็เพียงเพื่อแลกกับประโยชน์ และความได้เปรียบทางการเมืองในระยะสั้น สุดท้ายคนที่ต้องจ่าย และคนที่ถูกเช็กบิลก็คือคนไทยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วย หากพรรคยังคงนำเสนอนโยบายแบบเน้นรายจ่ายประชานิยมไม่หาโอกาสให้กลับประเทศไทย ประเทศไทยก็จะประสบปัญหามากขึ้น พรรคภูมิใจไทยเชื่อในทฤษฎี "หาเบ็ดให้คนไปตกปลา ไม่ใช่หาปลาไปแจกให้คน"

    "ประเทศไทยของเราไม่ใช่ที่ฝึกงานไม่ใช่ที่ทดลองงานของมือใหม่ที่ไม่เคยทำงานระดับประเทศมาก่อน เราจะฝากอนาคตของประเทศไว้กับมือใหม่หรือฝากไว้กับมืออาชีพที่มีความพร้อม รอบนี้พรรคภูมิใจไทยพร้อมนำเสนอมืออาชีพมาให้ประชาชนพิจารณาการมีผู้บริหารใหม่ ๆ คนใหม่ ๆ เข้ามาอยู่ในพรรคภูมิใจไทยทั้งมาจากภาคที่มาจากมืออาชีพ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ มันได้ทำให้วิธีคิดในการทำงานของพรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมาก เรามีพลังมากขึ้น คิดกว้างขึ้น และคิดใหญ่ขึ้น"

    นายอนุทิน​ กล่าวต่อว่า​ วันนี้ประเทศไทย​ รอไม่ได้ และประเทศไทยเสี่ยงไม่ได้อีกแล้ว เมื่อคนของพรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงานประเทศไทยจะไม่เสี่ยงตกขบวนโลกหรือกลับไปสู่วงจรของความขัดแย้งเดิม ๆ และอย่าไปเสี่ยงกับผู้บริหารประเทศที่ด้อยประสบการณ์ และจะไม่เสี่ยงกับการทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงจะไม่เสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตย ดังนั้นหากเลือกภูมิใจไทยประเทศไทยไม่ต้องเสี่ยง

    ต้องขอย้ำว่า วันนี้ประเทศไทยจะมีรัฐบาลที่ทดลองงานหรือฝึกงานไม่ได้ และคนไทยจะทะเลาะกันไม่ได้ วันนี้ประเทศไทยแบกความเสี่ยงไม่ได้อีกแล้วหากประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยประเทศไทยก็จะไม่มีความเสี่ยงเหล่านี้ และประเทศไทยต้องการความร่วมมือความสามัคคีการทำงานกันอย่างเป็นเอกภาพจากทุกฝ่าย ตนจะทำงานอย่างสุดความสามารถกับทีมของตนให้สิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นกับประเทศของเรา

    นายอนุทิน​ กล่าวย้ำว่า​ เรื่องสุดท้ายที่อยากพูดให้ชัดเจน​ คือ​ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอยืนยันว่า​ หากกัมพู​ชา​ไม่รุกรานไทย​ ไทยก็จะไม่มีปัญหาใดๆ การปะทะกันทั้ง 2 ครั้ง รอบแรกตกลงแบบค้างคา เพราะรัฐบาลในขณะนั้นทำข้อตกลงหยุดยิง ก่อนที่กองทัพจะจบภารกิจ​ นำมาสู่การยั่วยุของฝ่ายตรงข้ามและสู่เหตุที่ต้องปะทะกันอีกรอบหนึ่ง และในที่สุดก็มีรอบที่ 2 ซึ่งตนเองดันมาเป็นนายกรัฐมนตรี

    "แต่ความเป็นนายกฯ ของมันต่างตรงที่รัฐบาลของผมสนับสนุนให้กองทัพปฏิบัติภารกิจจนบรรลุเป้าหมาย การทำงาน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทำให้เราได้แผ่นดินไทย ที่เคยถูกรุกรานกลับมาเป็นของไทยได้ทั้งหมด สิ่งที่ได้กราบเรียนมานี้สมควรแล้ว สมควรแล้วที่ทุกคนจะตะโกนว่า ภูมิใจไทย แต่ไม่ใช่ภูมิใจไทยที่เป็นพรรคการเมือง​ แต่เป็นภูมิใจไทยที่ประเทศของไทย​ ไม่มีการสูญเสียอธิปไตยและดินแดนแม้แต่น้อย​ และประเทศไทยสามารถสถาปนาความมั่นคงเหนือดินแดนที่เป็นของเราได้โดยสมบูรณ์ เพราะถูกสนับสนุนและกระทำโดยรัฐบาลของท่านชุดนี้"

    นายอนุทิน​ กล่าวต่อว่า​ วันนี้ข้อตกลงหยุดยิงที่รัฐบาลชุดนี้ทำ มุ่งเน้นในเงื่อนไข และวันที่ลงนามใครอยู่ตรงไหนต้องอยู่ตรงนั้น​ ห้ามรุกล้ำเข้ามาอีก​ และยิ่งไปกว่านี้ไม่ต้องห่วงว่าจะมีรอบ 3 จนทำให้ไม่ได้สามารถเลือกตั้งได้​ ยืนยันว่าการเลือกตั้งมีแน่​ เพราะรัฐบาลได้จัดเตรียมความพร้อม​ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ทุกรูปแบบไว้แล้ว​ ขอให้พวกท่านออกไปเลือกตั้งกันเยอะๆ ให้การเลือกตั้ง​ เป็นไปด้วยความราบรื่น​ ให้ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทย​ หลังการเลือกเป็นไปด้วยความใสสะอาด

    "ขอให้ไว้วางใจอนุทิน ขอให้ไว้วางใจพรรคภูมิใจไทยในเรื่องนี้ ขอให้ลงคะแนนให้เบอร์ 37 เพื่อให้รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย​ ยังคงปกป้องอธิปไตยของชาติและรักษาผืนแผ่นดินไทย เลือกพรรคภูมิใจไทย​ จะไม่มีใครคิดรุกรานประเทศไทยได้อีก จะเอารัฐบาลที่เขมรกลัวหรือรัฐบาลที่กลัวเขมร ไม่อยากได้สิ่งแรกเลือกพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37"

    นายอนุทิน​ ทิ้งท้ายด้วยว่า​ จะจบแล้ว​ ขอเปิดข่าวดี​ ขอประกาศวันนี้ตรงนี้​ หากพรรคภูมิใจไทย​ กลับมาเป็นรัฐบาล​ อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี​ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ​ นางศุภจี​ สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี​และ รมว.พาณิชย์​ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง​ กระทรวงเหล่านี้​ ภูมิใจไทย​จองแล้ว​ ใครก็มาไม่ได้ หากได้กลับมาเป็นรัฐบาล​ มาแพ็ก 4​ แน่นอน​ ทั้งนี้หากพรรคภูมิในไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาล​ จะยกเลิก MOU 44 ทันที เรื่องผลประโยชน์ 50-50 จากการแบ่งทรัพยากรในทะเล​ ตามที่เคยมีรัฐบาลเสนอ​ไว้​ จะไม่มีอีกต่อไป

    อ่านข่าว :

    เลือกตั้ง 2569 : "พรรคประชาชน" ปราศรัยโค้งสุดท้าย เรียกคะแนนลงหีบเลือกตั้ง

    เลือกตั้ง 2569 : "ธรรมนัส" มั่นใจปักหมุด สส.ไม่ต่ำกว่า 60 คน

    เลือกตั้ง 2569 : ปชป. ปราศรัยใหญ่ "การดี" ชูมืออาชีพเข้าใจบริบทนำพาประเทศ

  • เลือกตั้ง 2569 : "ไทยก้าวใหม่" ชูธนู 4 ดอก หวังพาไทยทวงบัลลังก์อาเซียน
    06 กุมภาพันธ์ 2569

    วันนี้ (6 ก.พ.2569) พรรคไทยก้าวใหม่ จัดเวทีปราศรัยใหญ่ "โค้งสุดท้าย มั่นใจกับไทยก้าวใหม่ อีกก้าวเดียวให้ไทยสตรอง" ณ ลานแอโรบิก สวนจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของผู้สนับสนุนที่มาร่วมชุมนุมอย่างเนืองแน่น

    โดยมี ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กล่าวปราศรัยหลัก ร่วมด้วย ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา รองหัวหน้าพรรค และนายก้องเกียรติ กรสูต เลขาธิการพรรค ขึ้นเวทีพร้อมกัน

    ดร.สุชัชวีร์ เปิดเผยว่า การตั้งพรรคการเมืองใหม่อย่างไทยก้าวใหม่ถือเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิต พรรคเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 ต.ค.2568 และเพียงไม่ถึง 2 เดือนต่อมา นายกฯ ประกาศยุบสภา ทำให้พรรคต้องเร่งเดินเครื่องอย่างเต็มที่ ภายในระยะเวลาอันสั้น "ไทยก้าวใหม่" สามารถจัดเตรียมผู้สมัคร สส. ได้ครบทุกเขตเลือกตั้งทั่วประเทศไทย รวมถึงทุกเขตในกรุงเทพมหานคร ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจและการทำงานหนักของทีมงานทุกคน

    พรรคไทยก้าวใหม่ยึดแนวคิดหลักด้านการศึกษาเป็นแกนกลาง โดยโลโก้ของพรรคเป็นรูป "ธนู 4 ดอก" ซึ่งแต่ละดอกแทนแนวทางสำคัญ

    • ดอกแรก "สร้างคนใหม่ พลิกโฉมการศึกษา" เพราะเชื่อมั่นว่าการศึกษาคือยาแก้จนและเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศ
    • ดอกที่สอง "สร้างเศรษฐกิจก้าวใหม่" มุ่งลงทุนหนักในวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
    • ดอกที่สาม "สร้างคุณภาพชีวิตใหม่" ให้คนไทยมีสุขภาพดี หยุดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก จัดการภัยพิบัติทั้งจากธรรมชาติและจากมนุษย์อย่างจริงจัง เพื่อให้คนไทยไม่ต้องตายฟรี และคนที่ผิดต้องไม่ลอยนวล
    • ดอกสุดท้าย "สร้างค่านิยมใหม่ไ โดยส่งเสริมให้คนดีมีที่ยืน ปราบปรามทุจริตตั้งแต่ต้นทางด้วยการใช้เทคโนโลยี AI ตรวจจับและป้องกันการโกงก่อนเกิดเหตุ

    ดร.สุชัชวีร์ เล่าถึงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา โดยย้อนไปสมัยที่ประเทศไทยเคยถูกมองว่าเป็น "เสือตัวที่ 5 ของเอเชีย" แต่เมื่อเวลาผ่านไป ประเทศไทยกลับถอยหลังอย่างเห็นได้ชัด กลายเป็นเพียง "หัวหน้าเต่า" ในกลุ่มประเทศอาเซียน ขณะที่สื่อต่างชาติชั้นนำพาดหัวข่าวว่า "ประเทศไทยเป็นคนป่วยของเอเชีย" จากการไม่เคยปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการสร้างคนและระบบการศึกษา

    พรรคยึดมั่นอุดมการณ์ความรู้และความกล้าหาญ ในการทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ จะไม่ชี้นิ้วกล่าวหาใคร ไม่ดูถูกศัตรูทางการเมือง ไม่ใส่ร้ายป้ายสี และปฏิเสธการซื้อเสียงอย่างเด็ดขาด ย้ำว่า หากประชาชนยังเลือกการเมืองแบบเดิมต่อไป ก็ยากที่จะคาดหวังให้ประเทศพัฒนาได้จริง

    เขายังวิพากษ์วิจารณ์การจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งในอดีต ที่มักมีการแย่งชิงกระทรวงตามโควตา บ้านใหญ่และกลุ่มนายทุนเข้ามาดูแลกระทรวงที่ตนเองไม่มีความรู้ความเข้าใจ เช่น กระทรวงศึกษาธิการที่ควรเป็นผู้เปลี่ยนแปลงคุณภาพครูและระบบการเรียนการสอน แต่กลับถูกมองข้าม หรือกระทรวงคมนาคมที่เกิดเหตุเครื่องจักรใหญ่ถล่มซ้ำซากจนสร้างความอับอายให้ประเทศไปทั่วโลก ยืนยันว่าการจะทำให้ประเทศไทยกลับมาเข้มแข็งได้ ต้องเริ่มต้นจากการสร้างคนที่มีคุณภาพและปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง

    ดร.สุชัชวีร์ เรียกวันที่ 8 ก.พ.2569 ว่าเป็น "การเดิมพันครั้งสำคัญที่สุด" ทั้งของพรรคไทยก้าวใหม่และของคนไทยทุกคน เป็นการเดิมพันเพื่ออนาคตของลูกหลานและอนาคตของชาติ หากยังเลือกการเมืองแบบเดิมต่อไป ก็เท่ากับเดิมพันกับสิ่งที่สูญเปล่าและจะทำให้ประเทศไทยป่วยต่อไป แต่หากเลือกพรรคที่ทำการเมืองสร้างสรรค์ มุ่งมั่นทำงานเพื่อลูกหลานอย่างจริงใจ เชื่อมั่นว่าประเทศจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง และเป็นการเดิมพันที่คุ้มค่าที่สุดในสังคมไทย

    และได้เปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน มาเลเซียชนะไทยแทบทุกด้าน ฟิลิปปินส์กำลังก้าวหน้า อินโดนีเซียมีแนวโน้มเป็นมหาอำนาจใหม่ ส่วนเวียดนามกำลังวิ่งแซงหน้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ "รับไม่ได้ไ สำหรับคนไทย โดย ดร.สุชัชวีร์ ประกาศอย่างชัดเจนว่า หากได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีจะตั้งเป้าหมายทวงบัลลังก์ผู้นำอาเซียนคืนมาให้ประเทศไทยได้อีกครั้ง และย้ำว่าต้องเลือกพรรคไทยก้าวใหม่เท่านั้นจึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

    ด้านนายวราวิช กำภู ณ อยุธยา รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงนโยบายเด่น เช่น กองทุนก้าวใหม่ มอบเงิน 20,000 บาทให้กลุ่มคนอาชีพอิสระและ SMEs เพื่อช่วยให้มีเงินหมุนเวียนต่อชีวิต รวมถึงนโยบายปรับปรุงโรงเรียนขนาดเล็กด้วย "3 ให้" คือ ให้อาหารเช้าเด็กทุกคนทุกวัน ให้เรียนฟรีถึงระดับปริญญาเอก และโอนเงินอุดหนุนการศึกษาตรงเข้าบัญชีผู้ปกครองผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เพื่อลดภาระและเพิ่มโอกาสให้เด็กทุกครอบครัว

    นายก้องเกียรติ กรสูต เลขาธิการพรรค กล่าวปิดท้ายว่า จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนจำนวนมากเหนื่อยล้ากับวงจรหนี้สิน ทำงานหนักเพื่อใช้หนี้ ชีวิตติดกับดักความจน พรรคไทยก้าวใหม่จึงตั้งใจที่จะ "เลิกทน เลิกจน เลิกจม" ด้วยความบริสุทธิ์ใจ แม้จะเป็นพรรคใหม่ แต่ไม่เคยท้อแท้ พร้อมทุ่มเทรื้อระบบการศึกษาใหม่ทั้งระบบ เพื่อสร้างคนคุณภาพให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน

    อ่านข่าวอื่น :

    เลือกตั้ง 2569 : "ธรรมนัส" มั่นใจปักหมุด สส.ไม่ต่ำกว่า 60 คน

    เลือกตั้ง 2569 : ปชป. ปราศรัยใหญ่ "การดี" ชูมืออาชีพเข้าใจบริบทนำพาประเทศ

    เกิดเหตุระเบิดพลีชีพในมัสยิดชีอะห์กลางกรุงอิสลามาบัด ดับ 31 เจ็บนับร้อย

  • เลือกตั้ง 2569 : อภิสิทธิ์-กรณ์ ปักธงเด็ดขาด ประชาธิปัตย์ไม่เอา "ทุนเทา" ร่วมรัฐบาล
    06 กุมภาพันธ์ 2569

    วันนี้ (6 ก.พ.2569) พรรคประชาธิปัตย์จัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ One Bangkok Forum ภายใต้หัวข้อ "ทางรอดที่ปลอดภัย ไว้ใจอภิสิทธิ์" ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชนและสมาชิกพรรคเข้าร่วมจำนวนมาก พร้อมการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วประเทศ

    นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นกล่าวปราศรัยตอนต้นของเวที โดยระบุว่า การตัดสินใจกลับเข้าสู่สนามการเมืองอีกครั้ง เกิดจากความกังวลต่อทิศทางการเมืองไทยในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยดีลลับ ผลประโยชน์ทับซ้อน และความเชื่อมโยงกับทุนเทา ซึ่งกำลังบ่อนทำลายโครงสร้างเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของประเทศอย่างรุนแรง

    นายกรณ์กล่าวว่า หากปล่อยให้ระบบการเมืองและการบริหารประเทศดำเนินไปในลักษณะนี้ต่อเนื่อง อีกเพียง 3–4 ปี ประเทศไทยอาจเผชิญสถานการณ์ที่สถาบันการเงินระดับโลกไม่กล้าทำธุรกรรมกับไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการลงทุน การค้าระหว่างประเทศ และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว

    สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ นายกรณ์ระบุว่า เป็นการลงสนามเลือกตั้งครั้งที่ 6 ของตนเอง และถือเป็นครั้งที่ท้าทายที่สุด เนื่องจากมีเดิมพันสูงอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศ อีกทั้งพรรคประชาธิปัตย์มีระยะเวลาเตรียมตัวค่อนข้างจำกัด หลังจากกลับมาจัดทัพใหม่เพื่อเข้าสู่สนามเลือกตั้ง

    อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เหมือนกับการเลือกตั้งครั้งแรกของตน คือความรู้สึกว่า "ไม่มีอะไรจะเสีย" ซึ่งถือเป็นข้อดี เพราะทำให้กล้าที่จะยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่กลัวอิทธิพล ไม่กลัวการเผชิญหน้ากับทุนเทา และไม่เกรงกลัวการคอร์รัปชัน ซึ่งตนมองว่าเป็นต้นตอของปัญหาหลายประการในประเทศ และย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ปักธงจุดยืนทางการเมืองอย่างชัดเจนว่า จะไม่ร่วมรัฐบาลในทุกกรณีกับพรรคการเมืองที่ขาดความเชื่อมั่นด้านความสุจริต แม้จะมีการพูดคุยหรือบอกกล่าวกันว่าจุดยืนดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสูตรการจัดตั้งรัฐบาลที่มีการวางไว้ล่วงหน้าแล้วก็ตาม

    พร้อมยืนยันว่าหลักการต้องมาก่อนอำนาจ ช่วงท้าย นายกรณ์กล่าวด้วยความเชื่อมั่นว่า การตัดสินใจของประชาชนในวันที่ 8 ก.พ.นี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ พร้อมทิ้งท้ายว่า "มีอภิสิทธิ์ ก็ต้องมีกรณ์" เพื่อสะท้อนความเป็นทีมเดียวกันในการผลักดันการเมืองสุจริต

    "อภิสิทธิ์" ชี้เลือกตั้งไม่ใช่เลือกข้าง แต่เลือก "ทางรอดของประเทศ"

    จากนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นปิดท้ายเวทีปราศรัย โดยเริ่มต้นด้วยการเปิดวิดีโอประวัติการทำงานทางการเมือง และการเปิดตัวบนเวทีท่ามกลางเสียงเพลงและเสียงเชียร์จากผู้สนับสนุนอย่างกึกก้อง

    นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงความผูกพันกับประชาชนที่ติดตามการเมืองและให้กำลังใจพรรคมาโดยตลอด พร้อมเล่าถึงเหตุการณ์ที่ได้รับดอกไม้ พวงมาลัย รวมถึงของที่ระลึกจากประชาชน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความหวังที่ประชาชนมีต่อพรรคประชาธิปัตย์ และทำให้ตนตระหนักถึงภาระความรับผิดชอบที่หนักยิ่งขึ้น

    นายอภิสิทธิ์ระบุว่า การเดินทางมาถึงจุดนี้ไม่ใช่ความสำเร็จของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เกิดจากการสืบทอดอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ดำรงอยู่มายาวนาน พร้อมขอบคุณกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคที่ตัดสินใจยืนหยัดร่วมกัน แม้ในช่วงเวลาที่พรรคถูกมองว่าอาจไม่มีอนาคตทางการเมือง

    สำหรับสาระสำคัญของการปราศรัย นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่การเลือกข้างทางการเมือง แต่เป็นการเลือก "ทางรอดของประเทศ" ท่ามกลางวิกฤตซ้อนวิกฤตที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ

    โดยชี้ให้เห็นถึง "5 จุดตายของประเทศ" ได้แก่

    1. ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันและทุนเทา ซึ่งบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและความเชื่อมั่น
    2. ปัญหาเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำและไม่สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน
    3. ความเหลื่อมล้ำในสังคม
    4. การเมืองที่ใช้การปลุกเร้าอารมณ์สร้างความแตกแยก
    5. ปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดนที่ซับซ้อนขึ้นจากบริบทโลก

    นายอภิสิทธิ์ระบุว่า การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องเริ่มจากการเมืองสุจริต และมาตรฐานความรับผิดชอบทางการเมืองที่สูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย พร้อมย้ำถึงแนวทางในอดีตที่รัฐบาลของตนเคยวางบรรทัดฐานให้รัฐมนตรีที่มีข้อสงสัยต้องแสดงความรับผิดชอบก่อน เพื่อรักษาศรัทธาของประชาชนต่อระบบการเมือง

    ช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์ประกาศอย่างหนักแน่นว่า ต่อให้พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้การเลือกตั้ง ก็พร้อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลที่ทุจริตอย่างถึงที่สุด แม้จะเหลือสมาชิกเพียงคนเดียวในสภา พร้อมย้ำว่า "เที่ยวนี้ต้องจบ" เพราะเป็นโอกาสสุดท้ายในการสร้างการเมืองที่สุจริตและเป็นทางรอดที่ปลอดภัยให้กับประเทศ

    ทั้งนี้ การถ่ายทอดสดเวทีปราศรัยดังกล่าวผ่านช่องทางยูทูบมีผู้รับชมมากกว่า 200,000 คน และผ่านเฟซบุ๊กกว่า 85,000 คน สะท้อนกระแสความสนใจของประชาชนต่อทิศทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง

    อ่านข่าวอื่น :

    เลือกตั้ง 2569 : โค้งสุดท้าย ปชน. "ณัฐพงษ์" ชี้กาส้มใบเดียวได้แบบเดิม กา 2 ใบได้เปลี่ยนแปลง

    เลือกตั้ง 2569 : "อนุทิน" ลั่นประเทศไม่ใช่ที่ทดลองงานของมือใหม่ ยกเลิก MOU 44 เมื่อได้กลับเป็น รบ.

    เลือกตั้ง 2569 : "ไทยก้าวใหม่" ชูธนู 4 ดอก หวังพาไทยทวงบัลลังก์อาเซียน

    เลือกตั้ง 2569 : ปชป. ปราศรัยใหญ่ "การดี" ชูมืออาชีพเข้าใจบริบทนำพาประเทศ