หมู่ 10 บ้านพุวิเศษ ต.เขากะลา อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ 60130 081-4161915 saichontangthai@gmail.com วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 09.00 น. - 16.00 น.
ครู กศน.ตำบลเขากะลา

IMG 8622.jpq

นางสาวสายชล  แตงไทย

ตำแหน่ง ครู ศูนย์การเรียนรู้

 เบอร์โทร 081-416-1915

 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครสวรรค์

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป

27 เมษายน 2569

การศึกษา, เรียน สกร., รับสมัครนักศึกษา, สกร.นครสวรรค์, สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครสวรรค์
แพลตฟอร์ม กศน.นครสวรรค์

จำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์
042188
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ผู้เข้าชมทั้งหมด
28
42
70
41820
1507
1713
42188

Your IP: 216.73.216.235
2026-04-27 10:01

แจ้งรายชื่อนักศึกษาตำบลเขากะลาที่มีสิทธิ์เข้าสอบ N - NET

สอบวัดความรู้ระดับชาติ (n-net) ในวันที่ 7 มีนาคม 2564 ณ โรงเรียนพยุหะวิทยาคม

 


รายชื่อ n net

ครู กศน.ตำบล

ข่าวประชาสัมพันธ์ ไทยพีบีเอส

ข่าวไทยพีบีเอส - home

27 เมษายน 2569

ข่าวที่คุณวางใจ โดยสำนักข่าวไทยพีบีเอส ติดตามข่าวและสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศได้ที่นี่่
  • วัยรุ่นฝรั่งเศสเสี่ยงติดคุกสิงคโปร์ ทำคอนเทนต์เลียหลอดจากเครื่องขายน้ำอัตโนมัติ
    27 เมษายน 2569

    วันนี้ (27 เม.ย.2569) สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า วัยรุ่นชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งถูกตั้งข้อหาทำลายทรัพย์สินและก่อความรำคาญในที่สาธารณะในสิงคโปร์ หลังจากถูกกล่าวหาว่าเลียหลอดจากเครื่องขายน้ำส้มอัตโนมัติก่อนนำกลับไปใส่ในเครื่อง

    ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น Didier Gaspard Owen Maximilien วัย 18 ปี ได้อัปโหลดวิดีโอการกระทำดังกล่าวลงในอินสตาแกรม และต่อมาวิดีโอดังกล่าวก็ถูกเผยแพร่ไปอย่างกว้างขวาง

    บริษัท iJooz ซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องขายน้ำส้มอัตโนมัติ กล่าวว่า บริษั่ทได้ดำเนินการ เปลี่ยนหลอดทั้งหมด 500 อันในเครื่องหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว เพื่อความสบายใจของผู้บริโภค

    ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มี.ค.2569 ที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ และผู้คนจำนวนมากในโลกออนไลน์แสดงความไม่พอใจต่อวิดีโอของเขา ซึ่งถูกแชร์ต่อในเพจชุมชนและนำไปเผยแพร่ต่อโดยสำนักข่าวท้องถิ่น ซึ่งตามรายงานข่าว Maximilien ได้โพสต์วิดีโอของเขาเป็น Instagram Story พร้อมคำบรรยายว่า "เมืองนี้ไม่ปลอดภัย"

    iJooz แจ้งกับสำนักข่าว Channel NewsAsia (CNA) ว่าได้แจ้งความกับตำรวจและเริ่มดำเนินการตามมาตรการสุขอนามัยและตรวจสอบเครื่องของตนแล้ว

    ปัจจุบัน Maximilien เป็นนักศึกษาอยู่ที่สาขาสิงคโปร์ของ Essec Business School โดบโฆษกของโรงเรียนได้กล่าวกับสำนักข่าวต่างๆ ก่อนหน้านี้ว่า ทางโรงเรียนรับทราบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และกำลังดำเนินการสอบสวนภายในอยู่

    ในขณะที่ ทนายความของเขาได้แจ้งกับ CNA ก่อนหน้านี้ว่า พ่อแม่ของ Maximilien ได้เดินทางมายังสิงคโปร์แล้ว และตัวแทนจากโรงเรียนจะเป็นผู้ค้ำประกันให้เขา

    คดีของเขาจะถูกพิจารณาอีกครั้งในศาลในวันที่ 22 พ.ค.2569 และหากพบว่ามีความผิดทั้งสองข้อหา Maximilien อาจต้องโทษจำคุกสูงสุดมากกว่าสองปีและปรับเป็นเงินหลายพันดอลลาร์

    อ่านข่าว

    ศาลให้ประกัน "มิน-แซม" คดีดิไอคอน วงเงิน 1 ล้านบาท

    ฮือฮา "ศุภจี" ดึง "พิมรี่พาย" ไลฟ์สดขาย "ทุเรียน" 1 ล้านลูก

    ราคาทองคำ เช้านี้ -150   บาท “ทองแท่ง” ขายออก 72,100 บาท

  • "หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่" สะท้อนภาพ "การเมืองนำการทหาร"
    27 เมษายน 2569

    หลังสภาความมั่นคงแห่งชาติ  (สมช.) มีมติตั้ง “ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์” ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ  เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข แทน “พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา” อดีตเลขาธิการ สมช. ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ ที่ได้รับการแต่งตั้งในรัฐบาล “อนุทิน 1” แต่ต้องพ้นหน้าที่ดังกล่าวเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล

    สำหรับ “ฐนัตถ์” ถือเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฯ พลเรือน คนที่ 2 โดย นับจาก “ฉัตรชัย บางชวด”เลขาสมช. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะดังกล่าว เมื่อครั้งเป็นรองเลขาธิการ สมช. ในปี 2566 สมัยรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน

    ผศ.ศรีสมภพ  จิตร์ภิรมย์ศรี สถาบันสันติศึกษา  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตปัตตานี  มองว่า การแต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน  ซึ่งยังไม่ได้เกษียณอายุราชการ  สะท้อนแนวทางที่รัฐบาลต้องการให้การเมืองนำการทหาร   นับเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในทางที่ดี   

    ทั้งยังเคยมีบทบาทอยู่เบื้องหลังของปัญหาชายแดนมานาน  ในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งผ.อ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ   จึงเชื่อว่าทิศทางการทำงานน่าจะชัดเจนขึ้น  รวมถึงความต่อเนื่องในแนวทางของนโยบายที่ได้มีการร่วมทำกันมาก่อนหน้านี้ว่าจะมีการทบทวน แก้ไข  หรือเสริมต่อให้ดีขึ้น 

    "พูดคุยสันติสุข" ช่วยลดความขัดแย้ง?

     เคยมีการคำวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการล้มเหลวของการใช้แนวทางคณะพูดคุยสันติสุข 10 กว่าปี  แต่กลับไม่สามารถคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งได้   แนวทางนี้ควรต้องแก้ไข  หรือเพิ่มเติมอย่างไร…   

    ผศ.ศรีสมภพ กล่าวว่ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในรูปแบบ "เปิดเผย-บนโต๊ะครั้งแรกเมื่อปี  2556  ที่มีความต่อเนื่องทางนโยบาย  จะเห็นว่าระดับของเหตุการณ์ความไม่สงบลดลงก่อนปี  2556    ดังนั้นจึงยังไม่ได้เป็นการล้มเหลวทางนโยบาย แต่ต้องยอมรับว่าความแปรปรวน  และความไม่แน่นอนยังมีอยู่ 

    ข้อสำคัญแรก “หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข” จะต้องทบทวนยุทธวิธี  วิธีการ  รวมทั้งเครื่องมือที่เคยใช้ ตั้งแต่คณะพูดคุยสันติสุขชุดที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเอกสารต่าง ๆ ว่ามีการพูดคุย  ตกลง  หรือไม่ตกลงอะไรไป   เพื่อปรับปรุงแก้ไข หรือเพิ่มเติมในส่วนที่ต้องทำให้เหมาะสมกับปัจจุบัน  โดยต้องมีแผนปฏิบัติการร่วม และข้อปฏิบัติการร่วมให้ชัดเจนเป็นรูปธรรม 

    “คณะพูดคุยสันติภาพ  ไม่ได้ทำงานเริ่มจากศูนย์  แต่มีการพูดคุยต่อเนื่องกันมายาวนานพอสมควร  อย่างน้อยก็คือ 10 ปีที่ผ่านมา  มีความต่อเนื่อง  มีฐานความรู้ฐานประ สบการณ์ซึ่งสามารถนำมาทบทวนได้   เพื่อลด หรือยุติความรุนแรงในพื้นที่ได้ตามข้อเรียกร้องของคนในพื้นที่” 

    กลยุทธ์สำคัญจะต้องไปคุยเนื้อหาสาระการแก้ปัญหาจากทุกฝ่าย  ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่เห็นต่าง  รัฐ ประชาชนในพื้นที่  ภาคประชาสังคม  ผู้นำท้องถิ่น  แม้กระทั้งพี่น้องชาวพุทธ  และมุสลิม  เพื่อหาข้อปัญหาหลักที่จะแก้ไข และหาทางออกอย่างสันติ  ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญของการสร้างพื้นที่ทางการเมืองร่วมกัน  รับฟังข้อคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อนำมาปรับ 

    เปลี่ยนขั้ว "สายทหาร" เป็น "สายการเมือง"

    ถ้าถามว่าการที่รัฐบาลเปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะสันติสุขจากสายทหาร มาขั้วสู่สายพลเรือน  อาจส่งผลผลกระทบของกองทัพภาคที่ 4  ควรจะเป็นไปในทิศทางใด …     

    ผศ.ศรีสมภพ มองว่า ในแง่บทบาทของฝ่ายทหาร  โดยเฉพาะแม่ทัพภาคที่  4  ที่มีความมั่นคงในพื้นที่ก็อาจจะส่งผลกระทบ  ดังนั้นหัวใจสำคัญการทำงานจะต้องมีการพูดคุย และสร้างความ สัมพันธ์ต้องราบรื่น  เนื่องด้วยที่ผ่านมาแม่ทัพภาคที่ 4 ก็อยู่ในคณะพูดคุยสันติสุขด้วยทุกครั้ง 

    ในขณะที่รัฐบาลให้อำนาจ  "วันมูหะมัดนอร์ มะทา" ในฐานะประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี สั่งการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้เชื่อว่าจะช่วยสร้างความสัมพันธ์  และสร้างการร่วมมือกันได้  เนื่องด้วยเป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับสูงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะชาวมลายูและมุสลิม ดังนั้นหาก "วันมูหะมัดนอร์ มะทา"   ได้แสดงบทบาทการทำงานได้อย่างเต็มที่จะเป็นเหมือนโซ่ข้อกลางที่เชื่อมความสัมพันธ์เพื่อให้การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

    "ที่สำคัญคือ  จะต้องลดความรู้สึกไม่ไว้วางใจในเหตุการณ์ต่าง ๆ  สร้างความยุติธรรมให้ปรากฏ สืบสาวเรื่องราวอย่างยุติธรรม  ถ้าท่านวันนอร์ มีบทบาทตรงนี้ได้ ก็จะช่วยสร้างความเข้าใจ  และความเชื่อมั่นไว้วางใจระหว่างพี่น้องประชาชน  และเจ้าหน้าที่ของรัฐ อย่างเต็มที่ และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้"

    อ่านข่าว

    อ่านข่าว

    เปิด "3 ฉากทัศน์" ฝ่าวิกฤตเสี่ยง ทางรอด "สงครามตะวันออกกลาง" 

    เหตุเกิดชายแดนไทย-เขมร "ธงชาติไทย" ถูกปลด "ในพื้นที่ยุทธศาสตร์"

    ธงชาติไทยถูกปลด

  • ประจักษ์วิเคราะห์ : ปัดฝุ่น "แลนด์บริดจ์" พายเรือวนในอ่างเดิม
    27 เมษายน 2569

    ชัดเจนทั้งจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ-รมว.คมนาคม และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าฟื้นโครงการแลนด์บริดจ์ หรือโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เชื่อมโยงระหว่างทะเลอันดามันที่ อ่าวอ่าง จ.ระนอง กับฝั่งอ่าวไทย ที่แหลมริ่ว จ.ชุมพร

    โครงการแลนด์บริดจ์ มูลค่าลงทุน 1 ล้านล้านบาท ไม่ใช่โครงการใหม่ และไม่ใช่โครงการที่ริเริ่มในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเพราะเคยมีโครงการแลนด์บริดจ์หลายแห่งจะทำ ตั้งแต่กระบี่-ขนอม ในปี 2536 และทับละมุ-สิชลเรื่อยมา

    เพียงแต่มีการปัดฝุ่นใหม่ ในปี 2564 โดยรัฐมนตรีคมนาคมขณะนั้น จากพรรคภูมิใจไทย ที่ร่วมในรัฐบาล "ลุงตู่" สั่งการให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. ทำการศึกษาผลกระทบด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม

    จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ของแลนด์บริดจ์ ในปัจจุบัน

    และรัฐบาลชุดต่อๆ มา ทั้งรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน น.ส.แพทองธาร ชินวัตรและล่าสุด นายอนุทิน ได้พยายามเดินหน้าในเมกะโปรเจคท์นี้

    โครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร–ระนอง หนึ่งในแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ฯ และนครศรีธรรมราช ประกอบด้วย 3 โปรเจคใหญ่ คือ โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกระนอง-ชุมพร โครงการรถไฟรางคู่ ช่วงชุมพร-ท่าเรือน้ำลึกระนอง และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway)

    นายอนุทินกล่าวว่า แลนด์บริดจ์เป็นนโยบายที่พรรคภูมิใจไทยตั้งใจผลักดัน มีการศึกษาและปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด ทั้งเรื่องเทคโนโลยี ต้นทุนการก่อสร้าง และรูปแบบที่จะเกิดขึ้นเมื่อเรามีสิ่งที่พึ่งพาได้ สร้างรายได้ และความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ จึงต้องเร่งพิจารณาอย่างจริงจัง

    แม้นายกฯ จะย้ำว่า ต้องทำความเข้าใจกับคนในพื้นที่ เพราะเป็นเรื่องประโยชน์ของส่วนรวม แต่ที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่า โครงการนี้เจอกับแรงต้านจากประชาชนในพื้นที่มาตลอด รวมทั้งจากหลายภาคส่วน

    เนื่องจากเกรงจะมีกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหัวใจหลักและจุดเด่นของธรรมชาติในภาคใต้ กระทบต่อการทำประมง การเกษตร เสี่ยงต่อการสูญเสียวิถีชีวิต และอาชีพที่มั่นคง

    รวมทั้งข้อมูลศึกษาจากองค์กรที่เชื่อถือได้ รวมทั้งสภาพัฒน์ฯ ที่ว่าจ้างศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำผลการศึกษา ชี้ชัดว่า โครงการแลนด์บริดจ์ ระนอง-ชุมพร ไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด รวมถึงไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนทางเศรษฐศาสตร์

    ก่อนหน้านั้น ตั้งแต่ช่วงเริ่มศึกษาการพัฒนาภาคใต้อย่างจริงจัง ปี 2528 โดยไจก้า หรือองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น และถัดมาอีก 2 ปี โดยธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย หรือ เอดีแบงค์ (Asian Development Bank) บ่งบอกว่า การลงทุนสร้างแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่าในแง่การแข่งขันเป็นศูนย์กลางขนส่งสินค้า

    เพราะเรือสินค้าต้องแวะท่าเรือทั้ง 2 ฝั่ง ต้องมีการขนถ่ายสินค้าเพื่อขนส่งทางบกอีก 2 ครั้ง ระยะทางร่วม 200 กิโลเมตร จึงไม่สามารถแข่งขันกับเส้นทางขนส่งรวดเดียวทางทะเล ที่มีอยู่ในปัจจุบันผ่านช่องแคบมะละกา ไม่ว่าจะเป็นจำนวนวันและค่าใช้จ่ายได้

    ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของรัฐบาลที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายตีชิ่งกระทบโครงการนี้ว่า เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่สุด มีผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมหาศาล แต่กลายเป็นโครงการลับๆ ล่อๆ เพราะช่วงหาเสียงก็ไม่ได้ส่ง กกต. แต่ใช้พูดหาเสียง และวันแถลงนโยบายก็ไม่ได้พูดถึง แต่กลับนำไปพูดที่กระทรวง ทั้งที่โครงการนี้ถูกตั้งคำถามมาถึงความคุ้มค่า และผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ และความมั่นคง

    แต่ดูเหมือนฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะคนเป็นรัฐบาล จะมองแตกต่างออกไป เพราะด้านหนึ่ง โครงการนี้ ถูกบรรจุอยู่ในแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ ปี 2561-2580 หมวดที่ 9 ว่าด้วยเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ

    ขณะเดียวกัน การเป็นเมกะโปรเจคที่มีมูลค่าการลงทุนมหาศาล คนการเมืองมักให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ โดยจะสังเกตได้ว่า สมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย มีการกล่าวอ้างว่า โครงการนี้ได้รับความสนใจจากกลุ่มลงทุนต่างชาติและสายการเดินเรือ หลังจากมีทำโรดโชว์ในต่างประเทศ

    รวมถึงการฉายภาพในเชิงบวก อ้างถึงปัจจุบันมีประเทศที่ผลิตน้ำมันเพื่อส่งออกผ่านช่องแคบมะละกา ทั้ง สหรัฐอเมริกา ซาอุดิอาระเบีย รัสเซีย แคนาดา จีน สหรัฐอาหรับเอมิเรต และอิหร่าน ส่งผลให้มีปริมาณเรือขนส่งสินค้ามากถึง 85,000 ลำต่อปี และจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 แสนลำในปี 2573

    แลนด์บริดจ์ของไทย จึงเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางเลือก ตั้งเป้าเฟสแรก จะมารองรับตู้สินค้าได้ประมาณ 5 ล้าน TEU/ปี และเมื่อเสร็จสมบูรณ์ จะรองรับตู้สินค้าได้สูงสุดประมาณ 20 ล้าน TEU/ปี (TEU คือ หน่วยมาตรฐานที่ใช้ในอุตสาหกรรมโรจิสติกส์และขนส่งทางเรือ)

    อย่างไรก็ตาม ตัวเลขและข้อมูลดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นเพียงคาดการณ์ ขณะที่ในทางปฏิบัติ รัฐบาลยังต้องแจกแจงให้เห็นถึงความเป็นไปได้จริง และต้องอยู่บนพื้นฐานความจริงใจ

    เนื่องจากการเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งแรก เมื่อเดือนสิงหาคม 2566 ต่อโครงการท่าเรือน้ำลึกแหลมอ่าวอ่าง กลับมีข้อกังขาเรื่องคนที่ไปร่วมงานที่ส่วนใหญ่ถูกกะเกณฑ์มาจากฝ่ายที่เห็นด้วย แต่ชาวบ้านและคนไม่เห็นด้วย กลับต้องรอช่วงท้ายและในเวลาที่จำกัด

    ยังไม่นับเรื่องร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคใต้ พ.ศ. …. หรือ SEC เพื่อสนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์ ท่ามกลางข้อกังขาว่า กฎหมายดังกล่าวจะกลายเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวก หรือเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่หรือไม่ เพราะมีสาระสำคัญ เช่น มอบสิทธิพิเศษแก่ผู้ลงทุนในเขตส่งเสริมการลงทุน และยังยกเว้นใช้กฎหมายอื่นๆ รวมทั้ง รวบอำนาจตัดสินใจการพัฒนาระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคใต้ ไว้ที่คณะกรรมการนโยบายระดับชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

    ยังไม่นับเรื่องตัวเลขจ้างแรงงาน 2.8 แสนคน เรื่องอ้างรัฐบาลไม่ได้ลงทุนเอง แต่ให้สัมปทานที่ดินในโครงการให้กับเอกชน ในทางปฏิบัติจะเป็นจริงได้ทั้งหมดหรือไม่ นักการเมืองจะใช้จังหวะนี้ ในการแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตน ในช่องทางการเป็นที่ปรึกษา เป็นฝ่ายอำนวยความสะดวก และอื่นๆหรือไม่ และจะซ้ำรอยแลนด์บริดจ์โครงการอื่นๆ ที่เคยทำในอดีตหรือไม่

    เป็นปมคำถามที่ยังต้องการคำตอบ และการปฏิบัติจริง ไม่ใช่แค่กล่างอ้างว่า สนข.ได้ศึกษาเรื่องแลนด์บริดจ์นี้เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งก็ยังไม่มีการเปิดเผยใด ๆ

    วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส

    อ่านข่าว :

    "นายกฯ" ชี้ "แลนด์บริดจ์" เป็นประโยชน์สร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ

    เตรียมชง "แลนด์บริดจ์" เข้า ครม. "พิพัฒน์" ตั้งงบ 1 ล้านล้าน เชื่อไทยได้ประโยชน์

    "คมนาคม" แบ่งงาน "3 รัฐมนตรีช่วย" เร่งดันรถ EV-ตั๋วร่วม-แลนด์บริดจ์

  • มอบตัวแล้ว อดีตประธานชุมชนยิง "นักข่าวลำปาง" เสียชีวิต ปมที่จอดรถ
    27 เมษายน 2569

    วันนี้ (27 เม.ย.2569) นายฐา (สงวนนามสกุล) อดีตประธานชุมชนบ้านศรีปงชัย ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฆ่าและทำร้ายร่างกาย เข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.เขลางค์นคร จ.ลำปาง เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังก่อเหตุใช้ปืนลูกซองยิงนายชัยวุฒิ ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นลำปาง เสียชีวิต และใช้มีดทำร้าย นางปนัดดา เพื่อนของนายชัยวุฒิ และน้องสาว ได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อคืนที่ผ่านมา ที่ชุมชนบ้านศรีปงชัย ต.ชมพู อ.เมืองลำปาง

    ทั้งนี้ พบว่า ผู้ก่อเหตุและนายชัยวุฒิอยู่บ้านอยู่ติดกัน และมีปัญหากันเรื่องที่จอดรถมานานกว่า 1 เดือน เนื่องจากนายชัยวุฒิขอให้ผู้ก่อเหตุขยับรถ เพื่อใช้พื้นที่ตั้งโต๊ะหินอ่อนบริเวณหน้าบ้าน

    กระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุมีอาการมึนเมาและเกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ก่อนใช้อาวุธปืน และมีดเข้าทำร้ายกลุ่มผู้เสียชีวิตแล้วหลบหนีไป ล่าสุดตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนปากคำอย่างละเอียด เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาหนัก ทั้งฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพยายามฆ่า ก่อนส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​

    อ่านข่าว :

    ศาลให้ประกัน "มิน-แซม" คดีดิไอคอน วงเงิน 1 ล้านบาท

    พณ.โร่แจงอินฟูล ขายทุเรียน ลูกละ 100 บาท เป็นทุเรียนเกรดรอง

    ตร.แจ้งข้อหา "อดีตเจ้าอาวาส วัดบางคลาน-ไวยาวัจกร" ยักยอกทรัพย์