
นางสาวสายชล แตงไทย
ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบลเขากะลา
เบอร์โทร 056-267-523
ตำแหน่ง พนักงานขับรถห้องสมุดเคลื่อนที่ (โมบาย)
ประกาศ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครสวรรค์
วันนี้ (17 มี.ค.2569) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผย การประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดย สศช. จัดทำ 3 สมมติฐานหลัก เพื่อประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย ในเรื่องความกังวลด้านราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และเสถียรภาพตลาดการเงิน ซึ่ง สศช.ประเมินไว้ 3 ฉากทัศน์ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง บนสมมติฐานที่ 1 หากเหตุการณ์คลี่คลายภายใน 1 เดือน (ประมาณกลางเดือนมีนาคม-สิ้นเดือนเมษายนนี้) จะเกิดผลกระทบจำกัด เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวลง จากแรงกดดันราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ตลาดเงินตลาดทุนผันผวน และค่าเงินบาทอ่อนค่าในบางช่วง ซึ่งบางวันอ่อนค่านำภูมิภาค
ทั้งนี้ คาดว่าราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีจะไม่เกิน 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนมีเหตุการณ์ คือ 58-68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่เงินเฟ้อไทยอาจเพิ่มขึ้นราว 1% แม้ช่วงเหตุการณ์จะสิ้นสุดลง แต่ราคาน้ำมันจะยังอยู่ในระดับสูงอีกระยะหนึ่ง ส่วนประเทศต่างๆ ที่มีการระบายน้ำมันสำรองออกมา จะต้องหาน้ำมันกลับเข้ามา ตัวซัพพลายในระดับโลกคงลดลงจากเดิม เมื่อซัพพลายโลกลดลงดีมานด์เพิ่มขึ้น ราคาก็คงต้องขึ้น แต่คงไม่สูงเท่าช่วงมีเหตุการณ์ แต่ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบต่อจีดีพีได้ เพราะไม่รู้ว่าเศรษฐกิจโลกจะปรับยังไง เหตุการณ์ยังไม่นิ่ง
สำหรับสมมติฐานที่ 2 คือ เหตุการณ์ยืดเยื้อ 3 เดือน เสี่ยง Stagflation หรือ เกิดภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน หากความขัดแย้งรุนแรงขึ้น แต่ยังไม่ขยายวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มมากขึ้น เรืออาจจะผ่านไม่ได้ และยืดยาวเป็นเวลา 3 เดือน จะทำให้หลายประเทศเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย และบางประเทศเผชิญภาวะ Stagflation หากเกิดกรณีนี้ราคาน้ำมันเฉลี่ยจะอยู่ที่ 95-105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเงินเฟ้อไทยอาจพุ่งขึ้นถึง 1.9%
และสมมติฐานที่ 3 คือ การเกิดสงครามขนาดใหญ่ แต่ยังประเมินว่า โอกาสที่เกิดขึ้นน้อย ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเงินเฟ้อมีโอกาสทะลุกรอบเป้าหมาย 3%
ปัญหาสำคัญตอนนี้คือ เรื่องราคาพลังงาน ส่วนแก๊สไม่ได้เป็นประเด็นอะไร เพราะว่าแก๊สเราผลิตเองได้ในอ่าว และใช้สำหรับผลิตไฟฟ้าประมาณกว่า 60% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศ
นอกจากนี้ เรื่องราคาน้ำมันจะมีผลต่อ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ที่จะต้องเข้าไปดูแลก่อน คือ
1. ภาคเกษตร ที่มีการใช้น้ำมันดีเซล 1,800 ล้านลิตรต่อปี
2. ภาคอุตสาหกรรมการผลิต ส่วนใหญ่ใช้น้ำมันเตา และแก๊ส อยู่ประมาณ 1,600 ล้านลิตรต่อปี
3. ภาคขนส่ง ใช้น้ำมันดีเซล 18,000 ล้านลิตรต่อปี
ทุกการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 1 บาท จะกระทบจีดีพีไทยลดลงประมาณ 0.02% ซึ่งยังไม่รวมผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก จึงอาจกระทบน้อยกว่านี้ก็ได้ แต่ยืนยันว่าการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลจะเป็นการปรับเป็นขั้นตอน ไม่ได้ปรับทีเดียว
ทั้งนี้หากย้อนไปดูเรื่องการปรับราคาน้ำมันดีเซล เวลาน้ำมันในตลาดโลกปรับสูงขึ้น ไม่ได้มีการปรับขึ้นทีเดียว 2 บาท แต่จะพิจารณาปรับเป็นหลักสตางค์เท่านั้น เพื่อลดผลกระทบกับพี่น้องประชาชน และภาคธุรกิจ นอกจากนี้ ภาครัฐต้องเตรียมมาตรการรองรับเบื้องต้น ได้แก่ ควบคุมราคาสินค้าจำเป็น ,จัดโครงการช่วยลดค่าครองชีพ เช่น โครงการธงฟ้า, ดูแลต้นทุนภาคเกษตรโดยเฉพาะราคาปุ๋ย และส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก เช่น ไบโอดีเซล รวมถึงประสานด้านการค้าระหว่างประเทศ เพื่อรักษาช่องทางส่งออกสินค้า โดยเฉพาะสินค้าอาหาร ซึ่งยังเป็นความต้องการหลักของตลาดโลก โดยช่วยประสานงานในตะวันออกกลาง ว่า พอจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งอาหารไปได้หรือไม่ เพื่อช่วยภาคธุรกิจ
โดยมาตรการออกมา 2 ส่วน คือ เรื่องของพลังงาน จะมีการเพิ่มทางเลือก ที่เป็น ไบโอดีเซล ไบโอแก๊สโซลีน หรือ E20 เพิ่มขึ้น เพื่อทำให้คนมีทางเลือกในการใช้พลังงาน แต่วันนี้เรายังตรึงราคาไว้ ใช้เงินกองทุนไปค่อนข้างมาก จึงต้องมีการปรับเพดานขึ้นมา เพื่อลดภาระกองทุน เพราะสุดท้ายกองทุนที่เป็นหนี้จะถูกกลับไปเป็นหนี้สาธารณะ และกระทบฐานะทางการคลัง นอกจากนี้ อีกส่วนหนึ่งต้องรอรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม เพราะการเป็นรัฐบาลรักษาการทำอะไรมากไม่ได้ ทั้งภาษี และ พ.ร.ก. ถ้าตั้งรัฐบาลเมื่อไหร่ก็จะทำให้กองทุนน้ำมันสามารถกู้เงินได้ มีคลังค้ำประกันได้ ก็จะเริ่มทำงานได้
อ่านข่าว:
วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ สะเทือนพลังงานโลก กดดันเงินเฟ้อ-ตลาดหุ้น
แห่เติมน้ำมันต่อเนื่อง ปั๊มหลายแห่งติดป้ายน้ำมันหมด-รอการจัดส่ง
วันนี้ (17 มี.ค.2569) ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวกรณีภาวะวิกฤตพลังงาน โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน และนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ร่วมแถลง
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่เมื่อวานนี้ (16 มี.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ว่านอกจากประกาศราคานัำมันหน้าปั๊มแล้ว จากนี้จะประกาศราคาหน้าโรงกลั่น และหน้าคลังน้ำมัน
นอกจากนี้ จะเพิ่มผลิตภัณฑ์จาก B7 จะทยอยปรับเพิ่มเป็น B10 และ B20 โดยเฉพาะรถยนต์ขนาดใหญ่ใช้ B20 เพื่อช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมการขนส่ง การเกษตร การก่อสร้าง โดยเป็นการซื้อน้ำมันจากโรงกลั่นหรือพ่อค้าคนกลาง หรือจ็อบเบอร์ เพราะในช่วงนี้เกิดกรณีจ็อบเบอร์ไม่จำหน่ายน้ำมันให้ภาคอุตสากรรม เช่น รถบรรทุก ทำให้ต้องมาเติมน้ำมันในปั๊ม และกระทบประชาชน เพราะน้ำมันหมด
มีโปรดักซ์ใหม่ B10 B20 นำไบโอดีเซลมาผสม ซึ่งมีผลต่างของราคา สิ่งที่สำคัญจะช่วยเกษตรกรจากการนำพืชผลทางการเกษตรมาทำเอทานอล และไบโอดีเซล
ด้าน รมว.พลังงาน กล่าวว่า มีแหล่งน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นประมาณ 2.7 ล้าบาร์เรล รวมใช้ได้อีก 101 วัน ขณะที่โรงกลั่นทุกแห่ง ยืนยันว่าจะดำเนินการ 100% ส่วนผู้ค้าน้ำมันจะเปิดดำเนินการคลังน้ำมันให้รถบรรทุกเข้ามารับ เพื่อกระจายทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง
ก่อนหน้านี้ เกิดปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอในบางปั๊ม เนื่องจากประชาชนเติมน้ำมันมากกว่าปกติ ทำให้รอบการขนน้ำมันไม่เพียงพอ โดยได้หารือกับผู้ค้าน้ำมันที่เป็นเจ้าของคลัง ให้ผ่อนปรนกฎเกณฑ์ให้รถน้ำมันเข้ามารับ เช่น การกำหนดเกณฑ์อายุรถขนส่งน้ำมัน ขอความร่วมมือ ก.มหาดไทย ก.คมนาคม กทม. ตำรวจจราจร ผ่อนปรนระยะเวลาวิ่งของรถขนส่งน้ำมัน เพื่อบรรเทาสถาการณ์หน้าปั๊ม
ขอความร่วมมือประชาชน ช่วยกันเติมน้ำมันในปริมาณปกติ เพื่อให้สถานการณ์กลับมาสู่ปกติโดยเร็ว
รมว.พลังงาน กล่าวว่า ที่ผ่านมาตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร เป็นเวลา 15 วัน โดยจะขยับเพดานราคาน้ำมันดีเซล เป็นไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร หากเปรียบเทียบกับราคาน้ำมันในปีที่ผ่านมาก็เคยขึ้นถึง 33 บาทต่อลิตร ซึ่งพื้นฐานเป็น B7 จะทยอยขยับขึ้น เริ่มวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) ปรับขึ้นน้ำมันดีเซล 50 สตางค์ต่อลิตร
นอกจากนี้ จะส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ ปรับสเป็กจาก B5 เป็น B7 เพิ่มส่วนผสมน้ำมันปาล์มจาก 5% เป็น 7% แต่จะประกาศเพิ่มเติมในส่วน B10 และ B20 ทำให้ราคา B10 ถูกกว่า B7 ลิตรละ 2 บาท ส่วน B20 ถูกกว่า B7 ลิตรละ 5 บาท
ส่วนน้ำมันเบนซิน E10 E20 E85 นั้น ในวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) E10 หรือแก๊สโซฮอล์ 95 จะปรับราคาขึ้นลิตรละ 1 บาท ส่วน E20 จะปรับราคาลง 79 สตางค์ต่อลิตร ทำให้ราคาถูกกว่า E10 จำนวน 5 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ จะมีการลงตรวจสอบป้องกันการกักตุน และจำหน่ายในราคาเกินควร
อ่านข่าว :
สภาพัฒน์ฯประเมิน 3 ฉากทัศน์ ชี้ทุกการปรับขึ้น “น้ำมัน” ฉุดจีดีพีลด 0.02%
สรุปราคาทองคำ 17 มี.ค. 2569 ผันผวน 11 ครั้ง +50 “ทองแท่ง” 76,800 บาท
วันนี้ (17 มี.ค.2569) สภาการพยาบาล ออกประกาศเรื่อง มติที่ประชุมคณะกรรมการสภาการพยาบาล ชุดที่ 11 เกี่ยวกับประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง ชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัย พ.ศ.2569 ตามที่ สภาการพยาบาล โดยคณะกรรมการสภาการพยาบาล ชุดที่ 10 วาระ พ.ศ.2565-2569 ในการประชุมคณะกรรมการสภาการพยาบาล ครั้งที่ 2/2569 ในวันที่ 16 ก.พ. 2569 ได้ออกประกาศ เรื่อง ชั่วโมงการทำงานของพยาบาบาลเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. 2569 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 61 ง เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2569 โดยประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค.2569 เป็นต้นไป) นั้น
อ่านข่าว :ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศสภาการพยาบาล ให้จัดเวรทำงานไม่เกิน 12 ชม./วัน ลดภาวะ 'หมดไฟในการทำงาน'
ในการนี้ คณะกรรมการสภาการพยาบาล ชุดที่ 11 วาระ พ.ศ. 2569-2573 ได้พิจารณา และมีมติในการประชุมคณะกรรมการสภาการพยาบาล ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2569 ให้เลื่อนวันบังคับใช้ประกาศสภาการพยาบาล เรื่อง ชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัย พ.ศ. 2569 ออกไปก่อน เพื่อให้คณะกรรมการสภาการพยาบาล ชุดที่ 11 ได้มีเวลาศึกษาข้อมูลให้รอบด้านมากขึ้น พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกสภาการพยาบาล เพื่อประกอบการกำหนดแนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อการจัดทำประกาศ เรื่อง ชั่วโมงการทำงานของพยาบาลเพื่อความปลอดภัยฉบับใหม่ต่อไป จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
สกัดก่อเหตุซ้ำ "คดีอุกฉกรรจ์" ครบรอบ 3 ปีกฎหมายเฝ้าระวัง "หลังพ้นโทษ"
อิหร่าน ไม่ถอนทีมฟุตบอลโลก เจรจาฟีฟา ขอย้ายสนามแข่งเม็กซิโกแทน
วันนี้ (17 มี.ค.2569) “เว็บไซต์ฮั่วเซ่งเฮง” ทองโลกมีการย่อตัวลง จากดัชนีเงินดอลลาร์ ยังคงมีแนวโน้มทรงตัว บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี แนวโน้มทรงตัว ขณะที่ฝ่ายวิเคราะห์จาก StoneX Financial กล่าวว่า ดีมานด์ทองคำจากจีน ยังคงเป็นฐานรองรับที่สำคัญ และในระยะยาวความกังวลเรื่องภาวะ Stagflation (เศรษฐกิจโตช้าแต่เงินเฟ้อสูง) และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่กัดกร่อนความเชื่อมั่นต่อความเป็นอิสระของเฟด จะยังคงเป็นแรงหนุนให้ทองคำทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์รักษามูลค่า (Store of Value) ที่โดดเด่นต่อไป
อย่างไรก็ตาม ปธน.ทรัมป์ กล่าวระหว่างอยู่ในทำเนียบขาวว่า สงครามจะยังไม่จบในสัปดาห์นี้ แต่มันจะจบลงในเร็วๆนี้ อีกทั้งทรัมป์ยังระบุว่า อาจขยายขอบเขตการโจมตีบน เกาะคาร์ก (Kharg Island) เพื่อพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่านโดยตรง
หลังจากก่อนหน้าสั่งระงับการโจมตีสินทรัพย์ด้านพลังงานไว้ ในขณะที่การดำเนินงานที่ แหล่งก๊าซ Shah ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ถูกระงับ และการโหลดน้ำมันดิบจากท่าเรือ ฟูไจราห์ (Fujairah) ของ UAE ซึ่งเป็นทางรอดนอกช่องแคบฮอร์มุซ ต้องหยุดชะงักลงเช่นกัน ซึ่งส่งผลให้น้ำมันดิบ Brend พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ / บาเรล และอาจจุดชนวนให้เงินเฟ้อขยายตัวขึ้น
ราคาทองโลกปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 5,000 ดอลลาร์ และมีการฟื้นตัวขึ้น จึงประเมินว่า ทองโลกมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 5,055 ดอลลาร์ และอาจย่อตัวลงอีกครั้งในภายหลัง แต่หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,965 ดอลลาร์ ทองโลกอาจปรับฐานลงต่อเนื่อง ราคาทองในประเทศมีการแกว่งตัวขึ้น / ลงตามทองโลก ในขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่า จึงแนะนำทยอยขายตามแนวต้านที่ระดับ 77,400 และทยอยซื้อตามแนวรับที่ 76,900 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 76,600 บาท ลงไป แนะขายตัดขาดทุน
ครั้งที่ 11 ลบ 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 76,600 บาท
• ขายออก บาทละ 76,800 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 75,072.32 บาท
• ขายออก บาทละ 76,800 บาท
ครั้งที่ 10 ลบ 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 76,700 บาท
• ขายออก บาทละ 76,900 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 75,163.28 บาท
• ขายออก บาทละ 77,700 บาท
ครั้งที่ 9 ลบ 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 76,800 บาท
• ขายออก บาทละ 77,000 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 75,269.40 บาท
• ขายออก บาทละ 77,800บาท
ครั้งที่ 8 บวก 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 76,900 บาท
• ขายออก บาทละ 77,100 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 75,360.36 บาท
• ขายออก บาทละ 77,900 บาท
ครั้งที่ 7 ลบ 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 76,800 บาท
• ขายออก บาทละ 77,000บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 75,269.40 บาท
• ขายออก บาทละ 77,800 บาท
ครั้งที่ 6 ลบ 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 76,900 บาท
• ขายออก บาทละ 77,100 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 75,360.36 บาท
• ขายออก บาทละ 77,900 บาท
ครั้งที่ 5 บวก 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 77,000 บาท
• ขายออก บาทละ 77,200 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 75,466.48 บาท
• ขายออก บาทละ 78,000 บาท
ครั้งที่ 4 ลบ 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 76,900 บาท
• ขายออก บาทละ 77,100 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 75,360.36 บาท
• ขายออก บาทละ 77,900 บาท
ครั้งที่ 3 บวก 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 77,000 บาท
• ขายออก บาทละ 77,200 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 75,466.48 บาท
• ขายออก บาทละ 78,000 บาท
ครั้งที่ 2 ลบ 100 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 76,900 บาท
• ขายออก บาทละ 77,100 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 75,360.36 บาท
• ขายออก บาทละ 77,900 บาท
ครั้งที่ 1 บวก 450 บาท
ทองแท่ง
• รับซื้อ บาทละ 77,000 บาท
• ขายออก บาทละ 77,200 บาท
ทองรูปพรรณ
• รับซื้อ บาทละ 75,466.48 บาท
• ขายออก บาทละ 78,000 บาท
อ่านข่าว:
ราคาทองคำ เปิดตลาด +450 บาท ลุ้นผลประชุมเฟดพรุ่งนี้
ราคาทองคำ เปิดตลาด -400 บาท ทองโลกปรับตัวลง ฉุด“ทองแท่ง” ขายออก 76,900 บาท
ราคาทองคำ เปิดตลาด +50 บาท “ทองแท่ง” ขายออก 77,900 บาท