หมู่ 10 บ้านพุวิเศษ ต.เขากะลา อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ 60130 081-4161915 saichontangthai@gmail.com วันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 09.00 น. - 16.00 น.
ครู กศน.ตำบลเขากะลา

IMG 8622.jpq

นางสาวสายชล  แตงไทย

ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบลเขากะลา

 เบอร์โทร 056-267-523

 

 

ข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครสวรรค์

ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป

04 เมษายน 2568

การศึกษา, เรียน สกร., รับสมัครนักศึกษา, สกร.นครสวรรค์, สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดนครสวรรค์
แพลตฟอร์ม กศน.นครสวรรค์

จำนวนผู้เข้าใช้งานเว็บไซต์
030366
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปดาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ผู้เข้าชมทั้งหมด
13
31
254
30001
217
697
30366

Your IP: 192.168.1.1
2025-04-04 02:55

ประชุม ศส.ปชต.เขากะลา ไตรมาส 2 / 2567

S 7446548 0

ครู กศน.ตำบล

ข่าวประชาสัมพันธ์ ไทยพีบีเอส

ข่าวไทยพีบีเอส - home

04 เมษายน 2568

ข่าวที่คุณวางใจ โดยสำนักข่าวไทยพีบีเอส ติดตามข่าวและสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศได้ที่นี่่
  • "ไปรษณีย์ไทย" รับข้อมูลผู้ใช้หลุดขายเว็บมืด ยืนยันปิดกั้นแล้ว
    04 เมษายน 2568

    กรณีเพจเฟซบุ๊กหนึ่งโพสต์ข้อความระบุว่า ข้อมูลไปรษณีย์ไทยหลุด หลังพบว่ามีผู้นำฐานข้อมูลของไปรษณีย์ไทยไปขายบนเว็บมืด (Dark Web) กว่า 19 ล้านรายการ นั้น

    เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2568 ไปรษณีย์ไทยออกเอกสารชี้แจงว่า บริษัทฯ ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้บริการ ประกอบด้วย ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล โดยไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินใดๆ และนำไปเผยแพร่อยู่บน Dark Web ซึ่งไปรษณีย์ได้ปิดช่องทางการเข้าถึงข้อมูลทันที

    นอกจากนี้ยังระบุว่า ได้ยกระดับมาตรการการเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้บริการ รวมถึงได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เพื่อดำเนินมาตรการป้องกัน พร้อมทั้งได้ดำเนินการทางด้านกฎหมายแล้ว

    อ่านข่าว

    ปรับแผนค้นหาผู้ติดค้างตึกถล่ม ใช้เครื่องจักรใหญ่เจาะเน้นโซน C , D

    ลำปางฝึกเข้ม! เด็ก-ผู้สูงอายุซ้อมรับมือภัย "แผ่นดินไหว"

    "ทรัมป์" รีดภาษีทำผู้ผลิตรถยนต์ปลดคน-ระงับการผลิตบางส่วน

  • "ทรัมป์" รีดภาษีทำผู้ผลิตรถยนต์ปลดคน-ระงับการผลิตบางส่วน
    04 เมษายน 2568

    เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวหลังประกาศนโยบายทางภาษีระลอกใหม่ ย้ำว่าทุกอย่างกำลังไปได้สวย รายได้กำลังเข้าประเทศอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน ทุกอย่างกำลังจะบูม ทั้งตลาด ตลาดหุ้น ประเทศและอื่นๆ ขณะนี้เหมือนกับคนไข้ในโรงพยาบาลที่เข้ารับการผ่าตัด เป็นเรื่องใหญ่ แต่ผลลัพธ์จะออกมาดี

    สำหรับนโยบายภาษีระลอกใหม่นี้ สหรัฐฯ จะเก็บภาษีนำเข้าจากทุกประเทศในอัตราขั้นต่ำร้อยละ 10 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 เม.ย.นี้ ส่วนมาตรการภาษีตอบโต้แบบรายประเทศในอัตราที่สูงกว่า จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เม.ย.เป็นต้นไป

    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดิ่งลงต่ำสุดนรอบ 5 ปี

    หลังจากที่ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศมาตรการทางภาษีเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้กราฟความเคลื่อนไหวของดัชนี DOW JONES อยู่ในแดนลบตลอดทั้งวัน สุดท้ายปิดตัวปรับลดลงร้อยละ 4 ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดตลาดลบร้อยละ 6 และดัชนี S&P 500 ดิ่งลงร้อยละ 4.8 ซึ่งเป็นดัชนีที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เศรษฐกิจโลกประสบวิกฤตโควิด-19 เมื่อปี 2020

    หุ้นใหญ่ที่โดนผลกระทบหนัก หลักๆ ได้แก่ Nike ลบร้อยละ 14, Apple และ Target ห้างค้าปลีกเจ้าดังในสหรัฐฯ แต่ละรายปรับตัวลดลงมากกว่าร้อยละ 9 เช่นเดียวกับฝั่งยุโรป ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดติดลบร้อยละ 3 และฝรั่งเศสลบร้อยละ 3.3 ส่วนหุ้น Adidas ลบร้อยละ 10 และหุ้น Puma ลบร้อยละ 9

    อ่านข่าว : สะเทือนทั้งโลก "สหรัฐฯ" เคาะตัวเลขภาษีตอบโต้คู่ค้า ไทยโดน 36%

    ส่วนตลาดฝั่งเอเชีย ดัชนี Nikkei ญี่ปุ่นปิดตลาดปรับตัวลดลงร้อยละ 3 และดัชนีฮั่งเส็งฮ่องกงปิดตลาดต่ำลงร้อยละ 1.5 ทั้งนี้เกิดจากกระแสวิตกในหมู่นักลงทุนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจของมาตรการภาษี หลายคนเกรงว่าจะก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อและทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง

    ขณะที่ผลกระทบจากมาตรการภาษีในภาคอุตสาหกรรม ปรากฏให้เห็นแล้วเมื่อสเตลแลนทิส ผู้ผลิตแบรนด์จี๊ป เฟียต และแบรนด์อื่นๆ ประกาศว่าจะปลดพนักงาน 900 คนชั่วคราวที่สถานประกอบการ 5 แห่งในสหรัฐฯ และระงับการผลิตที่โรงงานประกอบรถยนต์ในโตลูกา เม็กซิโก และที่วินด์เซอร์ แคนาดา

    "แคนาดา" ตอบโต้ขึ้นภาษีรถยนต์นำเข้าจากสหรัฐฯ 25%

    เอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส วิจารณ์นโยบายภาษีของทรัมป์ว่ารุนแรงและไร้มูลเหตุ สร้างความสั่นสะเทือนต่อการค้าระหว่างประเทศ พร้อมแนะบริษัทยุโรปชะลอการลงทุนในสหรัฐฯ โดยระบุว่าบริษัทยุโรปควรต้องระงับการลงทุนที่วางแผนไว้ในสหรัฐฯ หลังจากสหภาพยุโรปจะถูกตั้งภาษีสูงขึ้นที่ร้อยละ 20

    ขณะที่มาร์ค คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ประกาศขึ้นภาษีร้อยละ 25 กับรถยนต์ที่นำเข้าจากสหรัฐฯ เป็นการตอบโต้มาตรการของทรัมป์ ซึ่งครอบคลุมสินค้ามูลค่ารวม 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งสหรัฐฯ ส่งรถไปขายในแคนาดาประมาณ 67,000 คันต่อปี

    มาร์ค คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา

    ด้านเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ประกาศแผนงบประมาณ 14.1 พันล้านยูโร สำหรับบรรเทาผลกระทบจากภาษีใหม่ของสหรัฐฯ ที่มีต่อเศรษฐกิจสเปน โดยมีเป้าหมายสร้างความแน่นอนให้กับธุรกิจและแรงงานที่อาจเห็นยอดขายลดลง อันเป็นผลมาจากมาตรการภาษีของทรัมป์

    ส่วนประเทศกัมพูชา บรรดาแรงงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอต่างวิตกเรื่องความมั่นคง เพราะหากเจอภาษีร้อยละ 49 จริง โรงงานอาจต้องปิดตัวและทำให้ตกงาน ขณะที่สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของกัมพูชา คิดเป็นร้อยละ 37.9 ของการส่งออกทั้งหมด ตามมาด้วยเวียดนามร้อยละ 13.8 จีนร้อยละ 6.7 และญี่ปุ่นร้อยละ 5.4 การส่งออกของกัมพูชาไปยังสหรัฐฯ ส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้า สินค้าสำหรับการเดินทางและรองเท้า

    อ่านข่าว

    "ชาติเอเชีย" งัดกลยุทธ์ฝ่าวิกฤตกำแพงภาษีสหรัฐฯ

    จับตา "ทรัมป์" ผลักโลกทั้งใบ สู่สงครามการค้าเต็มรูปแบบ

    สหรัฐขึ้นภาษีไทย กระทบส่งออกหนัก แนะปฏิรูปโครงสร้างผลิต

  • ลำปางฝึกเข้ม! เด็ก-ผู้สูงอายุซ้อมรับมือภัย "แผ่นดินไหว"
    04 เมษายน 2568

    วันนี้ (4 เม.ย.2568) ทันทีที่เสียงนกหวีดดังขึ้น เด็กๆระดับชั้นอนุบาลพากันวิ่งหลบไปที่ใต้โต๊ะทันที นี่คือสัญญาณที่ครูประจำศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวังเหนือ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง แจ้งเตือนเมื่อเกิดแผ่นดินไหว

    โดยเมื่อวานนี้ (3 เม.ย.) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลวังเหนือ ได้มีการซ้อมรับมือ นอกจากนี้ยังได้ให้เด็กซักซ้อมกรณีที่ไม่มีโต๊ะ ให้เด็ก ๆ จำลองการหลบใต้เก้าอี้ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นมาตรการหนึ่งของการเอาตัวรอดและปลอดภัยจากสิ่งของที่อาจจะหล่นใส่ขณะเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งแม้ว่าจะเป็นการซักซ้อมครั้งแรกของเด็ก ๆ แต่ทุกคนก็ทำได้ดี ซึ่งทางโรงเรียนบอกว่าจะมีการซักซ้อมแบบนี้บ่อยครั้ง เพื่อให้เด็กๆคุ้นชินและเอาตัวรอดได้

    และไม่ใช่แค่เด็ก ๆ เท่านั้นที่ต้องเตรียมความพร้อม ยังมีโรงเรียนพ่ออุ้ยแม่อุ้ยเทศบาลตำบลวังเหนือ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ซึ่งเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ

    เจ้าหน้าที่พาผู้สูงอายุ ซักซ้อมการเอาตัวรอดจากเหตุแผ่นดินไหว ทั้งวิธีการหมอบใต้โต๊ะ เก้าอี้ หรือวิธีการเอาตัวรอดเมื่อต้องวิ่งออกจากอาคาร เพราะปกติโรงเรียนพ่ออุ้ยแม่อุ้ยเทศบาลตำบลวังเหนือ จะมีผู้สูงอายุในหมู่บ้านจำนวนมาก มารวมตัวกันเรียนวิชาด้านสุขภาพที่ดี ศีลธรรม สุขอนามัย อาชีพ และทักษาะต่าง ๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์

    ด้านว่าที่ ร.ต.คฑา ลีลายุทธ ครูประจำโรงเรียนและยังเป็น หัวหน้าสมาคมกู้ภัยวังเหนือ เปิดเผยว่าการซักซ้อมให้กับผู้สูงอายุจึงมีความสำคัญ ที่ผ่านมาได้มีการซักซ้อมแผนรับมือเหตุการณ์ตามโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องทั้งรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ พายุฝนพัดถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน ไฟไหม้ และการซักซ้อมเป็นประจำก็จะช่วยฝึกฝนทักษะในการเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างปลอดภัย

    อ่านข่าวอื่น :

    ปรับแผนค้นหาตึกถล่ม ใช้เครื่องจักรใหญ่ เจาะเน้นโซน C และ D

    รถเครนสลิงขาดร่วงตกจากทางด่วน ทับกระบะถนนพระราม 2 เจ็บ 1

  • ปรับแผนค้นหาผู้ติดค้างตึกถล่ม ใช้เครื่องจักรใหญ่เจาะเน้นโซน C , D
    04 เมษายน 2568

    วันนี้ (4 เม.ย.2568) ตลอดทั้งคืนเจ้าหน้าที่กู้ภัย ใช้เครื่องจักรหนักดำเนินการ ขุดเจาะตัดแผ่นปูน และเหล็กเส้น พร้อมกับฉีดน้ำ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโซน C และ D

    ภายหลัง การค้นหาผู้สูญหาย โซน B จำเป็นต้องยุติก่อนชั่วคราว เนื่องจากการรื้อถอน บริเวณจุดที่พบโพรง ใกล้ตรงบันไดหนีไฟ การค้นหาของเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าไปได้ถึง เพราะติดเศษซากกีดขวาง และแผ่นปูนขนาดใหญ่ ประกอบกับบริเวณจุดที่ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือจากผู้ติดค้าง ขณะนี้ไม่พบสัญญาณชีพ

    การรื้อซากอาคาร จึงเปลี่ยนเป้าหมาย เน้นไปที่โซน C และ D หรือจุดที่อยู่ด้านหน้า ที่มีลักษณะเป็นแผ่นปูนทับซ้อนกัน ซึ่งการปฏิบัติเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกชุดใช้กล้องส่องหาสิ่งต้องสงสัย หากพบก็จะหยุดการใช้เครื่องจักรหนัก และให้ ชุดป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เดินเท้าเข้าไปสำรวจเพื่อตรวจหาช่องที่อาจสามารถเข้าไปได้ โดยมีชุดกู้ภัยนานาชาติ ร่วมสังเกตการณ์ และวิเคราะห์หน้างาน

    นายอัญวุฒิ โพธิ์อำไพ รองหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ มูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยว่า การขุดเจาะ เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 23.00 น.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ซากความเสียหายบนกองสูงกว่า 20 เมตร มีขนาดเล็กลง สามารถขุดเจาะลึกลงไปได้ถึงประมาณ 2 เมตร

    ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังคงเดินเท้าปูพรมค้นหาผู้สูญหาย พร้อมกับส่งสัญญาณเรียกหาอย่างต่อเนื่อง สลับกับเดินเครื่องจักรหนัก ภารกิจทุกอย่างจะต้องดำเนินไปอย่างระมัดระวัง การค้นหานับตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.ต่อเนื่องถึงวันที่ 4 เม.ย. เจ้าหน้าที่กู้ภัย ยืนยันว่ายังไม่พบผู้สูญหายเพิ่มเติม จึงทำให้ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 15 คน และอยู่ระหว่างการติดตามตัวอีก 79 คน

    04.30 น.เครื่องจักรหยุดทำงานชั่วคราว สุนัข K9 เข้าพื้นที่โซน B ส่งเสียงเห่า บริเวณบันไดหนีไฟ และการตรวจยังไม่พบผู้สูญหายเพิ่มเติม

    จนท.ส่งท่ออากาศภายใต้ซากตึก เจาะพบ 3-4 โพรง

    นายอำนาจ สุทธิรัตน์ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยความคืบหน้า ภารกิจการค้นหาผู้ติดค้างภายใต้ซากอาคารตลอดช่วงคืนที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ยุติการค้นหาเมื่อช่วงเวลาประมาณ 04.00 น.เนื่องจากต้องการพักการใช้งานเครื่องจักรที่ผ่านการใช้งานมาอย่างหนักจนเกิดความร้อน โดยจะมีการประชุมและหาหรือวางแผนกันใหม่ก่อนจะเริ่มปฏิบัติงานอีกครั้งในช่วงเช้า และอาจจะมีการปรับแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกับทุกหน่วยงาน เพื่อพยายามค้นหาผู้ติดค้างให้ได้มากที่สุด ซึ่งอาจจะต้องใช้เครื่องจักรหนักในการปฏิบัติงานก่อน

    และหากพบจุดที่ต้องสงสัย ก็จะให้ทีมเจ้าหน้าที่ปูพรมเข้าค้นหาทุกโซนเพื่อตรวจสอบ หากตรวจสอบแล้วว่าใช่หรือได้ยินเสียงตอบรับ ก็จะทำการรื้อค้นจุดบริเวณนั้น ควบคู่กับการส่งท่ออากาศเข้าไปตามจุดต่าง ๆ เพื่อให้อากาศถ่ายเทบริเวณภายใต้ซาก ซึ่งโดยภาพรวมขณะนี้สามารถพบเจอโพรงบริเวณซากประมาณ 3-4 โพรงแล้ว แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเชื่อมหากันหรือไม่และมีสัญญาณชีพภายในโพรงหรือไม่

    สำหรับพื้นที่โซน B ที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการค้นหาอย่างหนักตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา ความคืบหน้าล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถเจาะเข้าไปได้ทีละนิด แต่ยังไม่สามารถทะลุลงไปได้ทั้งหมด ส่วนพื้นที่ตรงกลางนั้นก็ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะยังพบอุปสรรคคือเศษซากอาคารที่ทรุดกีดขวางทาง รวมทั้งเศษปูนที่ร่วงลงมาเป็นระยะ ๆ จนทำให้เกิดเป็นฝุ่นละอองในพื้นที่ที่ส่งผลต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบปัญหาซากอาคารทรุดตัว

    ส่วนความคืบหน้าการเจาะโพรงบริเวณโซน D ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถเจาะเข้าไปได้ประมาณ 3-4 เมตร ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ว่า หากเชื่อมถึงตรงกลางก็อาจจะทะลุถึงโซน B และโซน C แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเจาะทะลุถึงกันได้ เพราะยังคงมีแผ่นปูนที่กีดขวางอยู่

    โดยเมื่อเวลาประมาณ 03.00  น.เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เรียกให้สุนัข K9 เข้าพื้นที่ เนื่องจากพบจุดต้องสงสัยประมาณ 2 จุด แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบสิ่งต้องสงสัยใด ๆ ส่วนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กู้ภัยนั้น ทีมกู้ภัยทุกมูลนิธิได้สับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังกันทุก 12 ชั่วโมง โดยจะจัดให้เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานในแต่ละโซนที่ได้รับมอบหมายทีมละ 1 ชั่วโมง สลับกันไป

    อ่านข่าว :

    เครื่องจักรหนักเริ่มทำงาน หลังหยุด 12 ชม.ให้ทีมกู้ภัยค้นหาผู้สูญหาย

    หวังพบผู้รอด! “ชัชชาติ” ระดม จนท.กู้ภัย ขุดโพรงจุดพบสัญญาณชีพ

    จนท.เร่งเจาะเข้าจุด “เสียงใต้ตึก” ผ่านคอนกรีตหลายชั้นแต่ยังไม่พบ