
นางสาวสายชล แตงไทย
ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบลเขากะลา
เบอร์โทร 056-267-523
ประกาศรับสมัครคัดเลือกบุคคล คัดเลือกบุคคลเพื่อจ้างเหมาบริการ
ตำแหน่ง พนักงานบริการ (แม่บ้าน) และ ตำแหน่ง พนักงานบริการ (คนสวน)
ปฏิบัติงานในพื้นที่ ณ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครสวรรค์
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือกบุคคลภายนอกเพื่อจ้างเหมาบริการ
ตำแหน่ง พนักงานบริการ (คนสวน)
ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการคัดเลือกบุคคลภายนอกเพื่อจ้างเหมาบริการ ตำแหน่ง พนักงานบริการ (คนสวน)
สอบวันที่ 31 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น.
ณ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดนครสวรรค์
วันนี้ (6 เม.ย.2569) คณะรัฐมนตรีชุดใหม่รวมตัวกันตั้งแต่ช่วงบ่าย เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ จากนั้นกลับมาประชุมต่อเนื่อง วาระสำคัญประกอบด้วย การเห็นชอบร่างแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ที่จะแถลงในวันที่ 9-10 เม.ย. การจัดตั้ง ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) ชุดใหม่ โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นผู้อำนวยการ, และการแต่งตั้งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี 3 คน ได้แก่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา, พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ และ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
อย่างไรก็ตาม วาระที่สำคัญที่สุด คือการแก้ไขปัญหาโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยนายเอกนิติ ในฐานะประธาน คตร. นำเสนอใช้ ม.162 แห่งรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ก.ป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ปี 2516 เพื่อควบคุมราคาและค่ากลั่นน้ำมัน
แนวทางแก้ไขแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะแรกใช้การเจรจากับโรงกลั่นขอผลประโยชน์ส่วนเกินมาช่วยลดภาระประชาชน ระยะที่สองใช้ พ.ร.ก.2516 ให้อำนาจกำหนดค่ากลั่นใหม่ โดยนายเอกนิติ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน จะเรียกประชุมด่วนวันที่ 7 เม.ย.นี้
หลังการประชุมเสร็จสิ้น เวลา 22.00 น. นายอนุทิน ได้ออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ โดยให้รายละเอียดถึงสถานการณ์และมาตรการรับมืออย่างละเอียดดังนี้
นายกฯ กล่าวว่า การสู้รบในตะวันออกกลางอันเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำคัญของโลกทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งสิ่งพลอยได้จากการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เช่น ปุ๋ย เม็ดพลาสติก ในตลาดโลกปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยซึ่งต้องนำเข้าพลังงานจากแหล่งตะวันออกกลางถึงประมาณร้อยละ 50
การสู้รบได้ยกระดับไปถึงการโจมตีแหล่งผลิต โรงกลั่นน้ำมัน และโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติ แม้ในอนาคตความขัดแย้งจะยุติลง โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ยังต้องใช้เวลาฟื้นฟูเป็นเวลานาน ราคาพลังงานและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีจึงยังขาดแคลนและอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า รัฐบาลเลือกที่จะแถลงข้อเท็จจริงนี้ต่อพี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และ พร้อมปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่อไป ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีทุกคนจะทำงานหนัก เพื่อแก้ปัญหา ช่วยเหลือ และรักษาประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนให้สามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้
มาตรการสำคัญที่รัฐบาลจะดำเนินการ ได้แก่
นายกฯ ย้ำว่า เรากำลังเผชิญวิกฤตที่ส่งผลกระทบในระดับโลก เรายอมรับความจริงและจะร่วมกันปรับเปลี่ยนเพื่อผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ความสามัคคีและความร่วมมือของคนในชาติ คือต้นทุนทางสังคมที่สำคัญที่สุดในยามนี้
ผมเชื่อมั่นว่าประชาชนทุกคนจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาล และเราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน
ในช่วงนี้ น้ำมันและผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมต่อเนื่องอาจมีราคาแพงและขาดแคลน รัฐบาลจะบริหารสถานการณ์เพื่อให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด และจะให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบจะแถลงมาตรการช่วยเหลือให้ประชาชนทราบโดยเร็ว
ส่วนการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ปี 2516 หากกระทรวงพลังงานหรือรัฐมนตรีคลังแจ้งความจำเป็น ยืนยันว่าพร้อมรับผิดชอบเต็มที่ และจะดำเนินการในขอบเขตที่กฎหมายให้อำนาจ เพื่อประโยชน์สูงสุดและลดความเดือดร้อนของประชาชน
อ่านข่าวอื่น :
ครม.นัดพิเศษตั้ง "วันนอร์-เพิ่มพูน-อรรถพล" นั่งที่ปรึกษานายกฯ
นายกฯ ลุยแก้วิกฤตพลังงาน จี้ รมต.เข้ากระทรวงลุยงานทันที
"ในหลวง" พระราชทานพระราชดำรัส ครม.ใหม่ ทำหน้าที่เพื่อ ปชช.- ปชต. นำพาประเทศพ้นอุปสรรค
วันนี้ (6 เม.ย.2569) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ จำนวน 4 ตำแหน่ง ได้แก่
1. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
2. พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
3. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
4. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.2569 เป็นต้นไป
อ่านข่าว
"ในหลวง" พระราชทานพระราชดำรัส ครม.ใหม่ ทำหน้าที่เพื่อ ปชช.- ปชต. นำพาประเทศพ้นอุปสรรค
นายกฯ ลุยแก้วิกฤตพลังงาน จี้ รมต.เข้ากระทรวงลุยงานทันที
นายกฯ กำชับ WFH ชี้ต่อไปไม่ใช่แค่น้ำมันแพง แต่จะหานำเข้าได้ยาก
วันนี้ (6 เม.ย.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ที่ตึกสติไมตรีทำเนียบรัฐบาลโดยกล่าวเริ่มการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า
ขอโอกาสนี้แสดงความยินดีกับรัฐมนตรีทุกคนที่จะมาทำงานร่วมกัน ซึ่งถือว่าถือเป็นองค์ประกอบของคณะรัฐมนตรีชุดนี้ซึ่งทุกคนเพิ่งจะได้รับพระราชดำรัส ตามที่ได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนรับหน้าที่ และเมื่อได้เข้าถวายสัตย์ฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้วทำให้รัฐมนตรีชุดนี้มีความพร้อมในการบริหารราชการแผ่นดิน
ซึ่งคำถวายสัตย์ปฏิญาณของรัฐมนตรีทุกคนได้เปล่งวาจาต่อหน้าพระพักตร์ ขอให้เป็นแนวทางในการทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนต่าง ๆ คณะรัฐมนตรีชุดนี้ ต้องถือว่าต้องทำงานอย่างหนักตั้งแต่วันแรก ไม่มีช่วงฮันนีมูน เพราะถือว่าทุกคนได้ผ่านการทดลองงานมาแล้ว
ทุกคนเข้ามารับหน้าที่ในช่วงโลกมีวิกฤตการณ์จากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และประเทศไทยได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เชื่อว่าด้วยความร่วมมือของรัฐมนตรีทุกคน จะสามารถแก้ไขปัญหาลดความเดือดร้อน และทำให้ประเทศพัฒนาต่อไป ดังนั้นขอให้ทุกคนยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมาย
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ครม. ชุดนี้ส่วนใหญ่รู้จักกันอยู่แล้ว หลายท่านมีความอาวุโสเป็นที่เคารพ หลายท่านเป็นคนรุ่นใหม่มีสติปัญญาที่พอจะทำงานรับใช้บ้านเมืองขอให้ใช้จุดแข็งต่าง ๆ ที่มีอยู่ในการทำงานและร่วมมือกันอย่างเต็มที่เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของรัฐบาลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ขอให้ถือว่า คณะรัฐมนตรีชุดนี้มีความเป็นหนึ่งเดียวกันไม่มีพรรค ถือว่าเป็นรัฐมนตรีในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นคณะรัฐมนตรีของประชาชนคนไทย
ดังนั้นการทำงานทุกอย่างก็พร้อมที่จะรับฟังข้อคิดเห็นข้อเสนอรวมทั้งนโยบายการดำเนินงานของรัฐมนตรีทุกคนโดยจะไม่มีพิธีรีตรอง และขอให้ทุกคนทำงานด้วยความสามัคคี มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน เนื่องจากสถานการณ์ประเทศไทยในขณะนี้และเชื่อว่าความเป็นเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ในขณะนี้จะสามารถฟันฝ่าอุปสรรคปัญหาไปได้
นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงแนวทางการประชุมคณะรัฐมนตรีทุกวันอังคารว่า จะเริ่มประชุมคณะรัฐมนตรีในเวลา 10.00 น. และก่อนการประชุม หากรัฐมนตรีคนใดมีความประสงค์จะหารือ ขอให้ทุกคนได้แจ้งมายังเลขาธิการคณะรัฐมนตรี โดยพร้อมที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เจตนารมณ์ของรัฐมนตรีทุกคนบรรลุผลสำเร็จ และขอให้รัฐมนตรีทุกคนให้ความสำคัญกับการประชุม
เพราะที่ผ่านมาเห็นว่า มีการลาประชุมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งส่วนใหญ่การประชุมที่ครบจะเกิดขึ้นเฉพาะวันแรก หลังจากนั้นก็จะมีการติดภารกิจเสมอ จึงขอความร่วมมือทุกคนให้ร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อทำงานเพื่อประชาชนได้อย่างเต็มที่ เพราะคณะรัฐมนตรี เป็นพื้นที่ที่ได้ปรึกษาหารือกัน และจะไม่ใช่รัฐมนตรีตรายาง แต่ต้องใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ เพื่อให้มติของคณะรัฐมนตรีเกิดเป็นพลังและความถูกต้อง
จึงขอให้ทุกคนให้ความสำคัญกับการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด โดยการประชุมคณะรัฐมนตรีแต่ละครั้ง จะใช้เวลาไม่เกิน 12.00 น. เพื่อควบคุมการประชุมไม่ให้ใช้เวลานานเกินไป ทั้งนี้ก็เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้หวังว่า การทำงานทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความราบรื่น และประสบผลสำเร็จซึ่งวันนี้เป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษและจะร่วมร่วมกันพิจารณาร่างคำแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ก่อนที่จะประสานไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยได้มีโอกาสพบกับนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้ววันนี้ ได้มีการประสานงานกันเบื้องต้นเรียบร้อยแล้วว่าหากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ในร่างคำแถลงนโยบาย ขอให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีส่งเรื่องมายังสภาฯ เพื่อนัดประชุมอย่างเป็นทางการ เพื่อกำหนด แนวปฏิบัติในการประชุม
นอกจากนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจะให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงาน เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องความสำคัญเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันโดยมีข้อสั่งการไปก่อนหน้านี้แล้ว ให้หน่วยงานภาครัฐปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี ที่ให้ Work from Home - work from Anywhere ก็ยังให้มีผลอยู่ แต่ถ้าหน่วยงานใดยังไม่มีความพร้อมก็ให้มีการปรับปรุงในระบบไอทีต่าง ๆ การใช้รถราชการ ให้ประโยชน์สูงสุด
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรียังกำชับกระทรวงสาธารณสุข ดูแลในเรื่องของยาเวชภัณฑ์ เพราะในวิกฤตการณ์ขณะนี้อาจจะมีปัญหาเรื่องการขนส่งยาที่อาจทำให้ยาขาดแคลน เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางยา ใช้ยารักษาโรคที่ผลิตในประเทศอย่างเต็มที่
พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีได้แจ้งแต่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ผ่านมาได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงโดยใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ดังกล่าว ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรี 6 ฉบับ ไปแล้วก็จะให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีสรุปเนื้อหาคำสั่งดังกล่าวเพื่อให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ นอกจากนี้ขอมอบหมายให้ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี สรุปชี้แจงถึงบทบาทหน้าที่ และสิ่งที่ควรจะปฏิบัติก่อนจะแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา เพราะจะต้องแถลงนโยบายก่อนที่จะปฏิบัติหน้าที่
ในวันที่ 7 เม.ย. อยากให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงทุกคนเริ่มทำงานทันที เพราะทุกวันถือว่าฤกษ์สะดวกเป็นวันดีที่สุด เพราะไม่มีพรใดที่จะเป็นมงคลกว่าพระราชดำรัสที่ได้รับพระราชทานในวันนี้ ก็ขอให้รัฐมนตรีทุกคนเร่งทำงานและเข้ากระทรวงในวันพรุ่งนี้ (7 เม.ย.) ส่วนความเชื่อก็ให้เป็นไปตามความเหมาะสม
วันแรกเข้ามาก็ไม่ได้เคยดูฤกษ์ เมื่อได้รับการแต่งตั้งก็เข้ามาทำงานทันที และก็ยังคงอยู่ได้ ดังนั้นผมอยู่ไม่ได้ ก็ไม่มีใครอยู่ได้ ขอให้ทุกคนทำงาน อย่างเต็มที่และขับเคลื่อนงานทุกอย่างทันที
อ่านข่าว :
นายกฯ กำชับ WFH ชี้ต่อไปไม่ใช่แค่น้ำมันแพง แต่จะหานำเข้าได้ยาก
วันนี้ (6 เม.ย.2569) เวลา 18.54 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2569 จำนวน 35 คน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
ในโอกาสนี้ นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย
ในการนี้ ได้พระราชทานพระราชดำรัสเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ บริหารราชการแผ่นดิน ความว่า
ข้าพเจ้ายินดีที่ได้พบกับท่านทั้งหลาย ในโอกาสที่ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นคณะรัฐมนตรีและมาถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อจะได้ไปทำหน้าที่ในการบริหารกิจการบ้านเมืองต่อไป
การทำหน้าที่ของท่านนั้นมีผลหลายอย่าง อย่างหนึ่งคือผลต่อประชาชน ซึ่งควรจะต้องได้รับความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างหนึ่งคือ ผลต่อประชาธิปไตย ซึ่งควรจะต้องงอกงามไพบูลย์ในวิถีทางที่ถูกต้อง อีกอย่างหนึ่งคือผลต่อประเทศชาติ ซึ่งควรจะต้องมีความมั่นคง เป็นปึกแผ่นและพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างยั่งยืน
หากทุกท่านปฏิบัติหน้าที่โดยระลึกถึงผลประโยชน์ทั้ง 3 ส่วนนี้เป็นจุดหมายสูงสุด ก็จะสามารถรักษาคำปฏิญาณที่ให้ไว้และนำพาชาติบ้านเมืองให้ผ่านพ้นอุปสรรคปัญหาต่างๆ ไปสู่ความวัฒนาสถาพรได้อย่างแท้จริง
ขออำนวยพรให้ทุกท่านมีความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่และมีความสุขความเจริญโดยทั่วกัน
อ่านข่าว
ทำเนียบคึกคัก นายกฯ นำ ครม.ใหม่ถ่ายรูป ก่อนเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์
เปิดคำแถลงนโยบายรบ.อนุทิน ชู 5 เสาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
นายกฯ กำชับ WFH ชี้ต่อไปไม่ใช่แค่น้ำมันแพง แต่จะหานำเข้าได้ยาก