

วันนี้ (10 เม.ย.2569) คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) โดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ในฐานะประธาน เปิดเผยภายว่า ที่ประชุม กบน. มีมติเห็นชอบให้สะท้อนราคากลไกตลาดโลกที่มีทิศทางอ่อนตัวลง
ราคาตลาดน้ำมันโลก วันที่ 9 เม.ย.ปิดอยู่ที่ประมาณ 211 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปรับลดลงจากวันที่ 7 เม.ย.ที่ปิดที่ประมาณ 255 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ด้วยการปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.2569 ดังนี้
การปรับลดครั้งนี้ ถือเป็นความตั้งใจของกระทรวงพลังงานที่ต้องการดูแลค่าขนส่งและค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนในช่วงจังหวะที่ราคาน้ำมันโลกเอื้ออำนวย การดำเนินการในครั้งนี้ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแบกรับค่าใช้จ่ายวันละ 589.15 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีรายจ่ายกว่าวันละ 1,200 ล้านบาท
อ่านข่าว :
"อนุทิน" ประชุม ครม.นัดแรก 11 เม.ย.นี้ คาดหารือวิกฤตพลังงาน
"น้ำมัน-สบู่" เตรียมขึ้นราคา กรมการค้าภายในรับมีแจ้งปรับราคาจริง
วันนี้ (10 เม.ย.2569) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมจัดประชุมคณะรัฐมนตรี นัดแรก หลังเสร็จสิ้นการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในวันที่ 11 เม.ย.2569 เนื่องจากต้องการเร่งแก้ปัญหา ก่อนติดช่วงวันหยุดยาว จากเทศกาลสงกรานต์
นายอนุทิน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้บ้านเมืองมีปัญหาเยอะ จึงอยากเร่งประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับประชาชน และได้มอบหมายให้ทุกกระทรวงไทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชนให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ หากทุกอย่างเรียบร้อย ก็จะเป็นหน้าที่ของโฆษกรัฐบาล ที่จะแถลงให้ทราบพร้อมกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการลงนามตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ชุดใหม่เมื่อใด นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องใช้อำนาจรัฐบาล เนื่องจากเป็นสถานการณ์ต่อเนื่อง จึงต้องรอให้จบการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสียก่อน
ผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตุว่า ตลอดวันนี้ นายอนุทิน ไม่ได้ใช้สิทธิ์ขออภิปรายชี้แจง จะมีก็แต่เพียงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หรือมีข้อซักถามจากสมาชิก ที่อภิปรายชี้แจง แต่ก่อนปิดการอภิปราย ตามวาระ นายกรัฐมนตรี จะต้องเป็นผู้อภิปราย ปิดท้ายช่วงกลางดึกวันนี้
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. และได้กำชับ หน่วยงานภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน บูรณาการ เรื่องความปลอดภัยทางถนน เพื่อ "ลด" จำนวนการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ วันที่ 10 ถึง 16 เม.ย.2569 โดยช่วงหนึ่ง นายกรัฐมนตรี กล่าวขอให้ความมั่นใจเรื่องน้ำมัน ที่อาจควบคุมราคาไม่ได้ แต่มีบริการประชาชนเพียงพอที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนา และขออย่าตื่นตระหนกสำรองน้ำมัน โดยขอให้ตระหนักที่จะใช้อย่างประหยัด
สำหรับการประชุม ครม.นัดพิเศษ คาดว่าจะมีการรายงานถึงวาระ ที่จะพิจารณาและให้ความเห็นชอบ คือ มาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน อาทิ กลุ่มภาคขนส่ง ซึ่งอาจเป็นมาตรการช่วยเหลือในรูปแบบคูปอง และกลุ่มประมง ที่อาจจะได้รับการช่วยเหลือเรื่องน้ำมันสำหรับการออกเรือหาอาหารทะเล กลุ่มเกษตรกร ซึ่งน่าจะได้รับการช่วยเหลือเรื่องราคาปุ๋ยเคมี รวมถึงกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย
อ่านข่าว
"สุริยะ" ตอบ "กรณ์" ปมซื้อเครื่องบินเจ็ทจาก "ภรรยาเบน สมิธ"
สส.จังหวัดชายแดนใต้ “ภท.” แถลงเสียใจ เหตุลอบยิง “กมลศักดิ์”
ไทยมีน้ำมันสำรองพอใช้ 110 วัน - กองทุนน้ำมัน ติดลบ 59,447 ล้านบาท
วันนี้ (10 เม.ย.2569) นายปารมี ไวจงเจริญ หรือครูจวง อดีต ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "จากกรณีที่มีภาพข่าวว่าดิฉันได้เข้าร่วมเป็นหนี่งในคณะทำงานของคุณอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการนั้น ก่อนอื่นดิฉันต้องขอโทษพรรคประชาชนที่ได้แจ้งให้ทางพรรคได้รับทราบ รวมถึงได้ดำเนินการลาออกจากการเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนช้าไป
ดิฉันต้องขอโทษพรรคประชาชนมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ และในเช้าวันนี้ เวลา 09.07 น. ดิฉันได้โทรศัพท์แจ้งเรื่องนี้กับคุณเท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนแล้ว และได้ดำเนินการลาออกจากการเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชนแล้วด้วย"
นายปารมี ระบุว่า การที่เข้ามาช่วยงานในคณะทำงานของ รมช.ศึกษาธิการนั้น เป็นเพราะรู้จักกันมาตั้งแต่ก่อนเป็น สส.แล้ว เมื่อนายอัครนันท์ ได้รับแต่งตั้งให้เป็น รมช.ศึกษาธิการ และเห็นว่าตนเองอภิปรายและทำงานขับเคลื่อนด้านการศึกษามาโดยตลอด รวมทั้งมีความฝันที่อยากจะเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทยให้ดีขึ้น ซึ่งตรงกับความมุ่งมั่นตั้งใจของนายอัครนันท์ จึงได้ชวนให้มาช่วยกันขับเคลื่อนและทำประโยชน์ให้กับวงการการศึกษาไทย โดยตนเองจะขอใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มีในการแก้ปัญหาการศึกษาที่มีมากมายและซับซ้อน รวมทั้งขับเคลื่อนให้การศึกษาไทยเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นให้ได้
อ่านข่าว :
"สุริยะ" ตอบ "กรณ์" ปมซื้อเครื่องบินเจ็ทจาก "ภรรยาเบน สมิธ"
สส.จังหวัดชายแดนใต้ “ภท.” แถลงเสียใจ เหตุลอบยิง “กมลศักดิ์”
"ชาย" บุกถึงสระน้ำกลางสภา ซ้ำรอยทำเนียบ อ้าง "โสภณ" ส่งจดหมายมาหา
วันนี้ (10 เม.ย.2569) นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า มีสินค้าหลายรายการ แจ้งขอปรับขึ้นราคามาแล้ว โดยกรมฯ ให้ผู้ประกอบการชี้แจงต้นทุน และจะพิจารณาภายใน 15 วัน
สำหรับกลุ่มสินค้าที่แจ้งขอปรับขึ้นราคา ประกอบด้วย น้ำมันปาล์ม, สบู่ และแชมพู ซึ่งเป็นสินค้าควบคุม โดยเหตุผลการยื่นขอปรับราคา มาจากต้นทุนวัตถุดิบ และค่าขนส่งที่ปรับเพิ่มขึ้น
"เฉพาะน้ำมันปาล์ม มีผู้ประกอบการขอปรับราคาแล้ว 4 ราย โดยกรมให้ผู้ประกอบการ ส่งเอกสารชี้แจงต้นทุน สต๊อกวัตถุดิบและสาเหตุของการขอปรับขึ้นราคา ซึ่งมีระยะเวลาในการพิจารณา 15 วัน ก่อนจะแจ้งกลับไปยังผู้ประกอบการ" อธิบดีกรมการค้าฯ กล่าว
อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมการค้าฯ กล่าวต่อว่า หากจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าจริง กรมฯ อาจขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการค่อยๆ ทยอยปรับ เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้บริโภค
นอกจากนี้ ยังมีสินค้าควบคุม ที่กรมฯ ได้หารือกับผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด ให้ช่วยตรึงราคาเอาไว้ก่อน เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และ นม ที่พบปัญหาวัตถุดิบผลิตบรรจุภัณฑ์บางชนิดขาดแคลน
ทั้งนี้ กรมการค้าภายใน ยังมีการประเมินผลกระทบโครงสร้างต้นทุนราคาสินค้า จากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับเพิ่มขึ้น ทะลุ 50 บาทต่อลิตร พบว่า สินค้า หมวดอาหารและเครื่องดื่ม ต้นทุนปรับเพิ่มขึ้น 1.6-12.1%, สินค้าของใช้ในชีวิตประจำวัน ปรับเพิ่มขึ้น 1.4-16.2% ส่วน ปัจจัยการเกษตร ปรับขึ้น มากที่สุด 44%, วัสดุก่อสร้าง ปรับขึ้น 1.5-2.1% และ อาหารสด ปรับขึ้น 0.7–3.2%
อ่านข่าว
ผู้สูงอายุขึ้นฟรี "รถไฟฟ้าบีทีเอส-สายสีทอง" 13-15 เม.ย.นี้
ไทยมีน้ำมันสำรองพอใช้ 110 วัน - กองทุนน้ำมัน ติดลบ 59,447 ล้านบาท
"วีระยุทธ" ผิดหวัง "เอกนิติ" แจงวิกฤตน้ำมันเหมือน 2 สัปดาห์ก่อน ไร้คืบหน้าเยียวยา