

วันนี้ (20 มี.ค.2569) สำนักข่าวอีเอสพีเอ็น รายงาน อ้างอิงคำแถลงการณ์จากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า เรื่องคำตัดสินปรับสมาคมฟุตบอลอิหร่าน (IFA) เป็นเงิน 1.5 แสนฟรังก์สวิส (ประมาณ 6.2 ล้านบาท)ในข้อหาทางวินัยที่เกี่ยวข้องกับ การเลือกปฏิบัติและการเหยียดเชื้อชาติ รวมถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และการละเมิดหลักการเล่นอย่างยุติธรรม
ตามที่สมาคมฟุตบอลปาเลสไตน์ ได้ทำเรื่องถึงฟีฟ่า ตั้งแต่ ต.ค.2567 โดยระบุว่า อิสราเอลละเมิดข้อบังคับของฟีฟ่า ด้วยการอนุญาตให้ทีมจากนิคมในเขตเวสต์แบงก์ เล่นในลีกระดับชาติ และฟีฟ่า ได้เริ่มกระบวนการสอบสวนมานับตั้งแต่นั้น
คำตัดสิน ซึ่งเผยแพร่โดยคณะกรรมการวินัยของ IFA เอง ยอมรับว่า พบพฤติกรรมในลักษณะการเหยียดเชื้อชาติจริง อาทิ การใช้สโลแกนของสโมสรฟุตบอลแห่งหนึ่งว่า "บริสุทธิ์ตลอดกาล" และรวมไปถึงพฤติกรรมการตะโกนคำดูหมิ่นเชื้อชาติ เช่น "ผู้ก่อการร้าย" ที่มุ่งเป้าไปที่ผู้เล่นชาวอาหรับ ซึ่งไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบพฤติกรรมที่เป็นระบบซึ่งละเมิดกฎพื้นฐานของความประพฤติที่ดี และทำให้กีฬาเสื่อมเสีย ซึ่งการกระทำของสโมสรดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ของความล้มเหลวโดยทั่วไปของ IFA
ขณะที่สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานว่า ฟีฟ่า ยังกำหนดให้ IFA ต้องแสดงป้ายผ้าขนาดใหญ่ และมองเห็นได้ชัดเจน ในการแข่งขันในบ้าน 3 นัดถัดไปของรายการที่ฟีฟ่ารับรอง โดยมีข้อความว่า "ฟุตบอลรวมโลกรวเป็นหนึ่งเดียว ไม่เลือกปฏิบัติ"
ทั้งนี้ ฟีฟ่า กำหนดให้สมาคฟุตบอลอิสราเอล จะต้องนำเงินค่าปรับ 1 ใน 3 ไปลงทุนในการดำเนินงานตามแผน การต่อต้านการเลือกปฏิบัติ และป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย โดยแผนดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุมัติจากฟีฟ่า และจะต้องมุ่งเน้นไปที่ การปฏิรูปโครงสร้าง การตรวจสอบ และแคมเปญการศึกษาในสนามกีฬา รวมถึงช่องทางอย่างเป็นทางการตลอดทั้งฤดูกาล
"เราไม่สามารถเพิกเฉยต่อบริบททางสังคมที่กว้างขึ้นซึ่งฟุตบอลดำเนินอยู่ และกีฬาชนิดนี้ ต้องคงไว้ซึ่งเวทีแห่งสันติภาพ การเจรจา และความเคารพซึ่งกันและกัน" คระกรรมการฟีฟ่าผู้ตัดสินเรื่องนี้ กล่าวในที่สุด
อ่านข่าว
"ฟีฟ่า" ปฏิเสธ "อิหร่าน" เรื่องคำขอย้ายสนามแข่งฟุตบอลโลก 2026
"กาตาร์" ยกเลิกเทศกาลฟุตบอล ฟุตบอลนัดพิเศษ "สเปน-อาร์เจนตินา"
"ทรัมป์" ยันต้อนรับ "ทีมชาติอิหร่าน" ร่วมบอลโลก 2026 แม้ปะทะตึงเครียด
วันนี้ (20 มี.ค.2569) นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชาติ จ.นราธิวาส เปิดเผยถึงเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงบริเวณหน้าบ้านพัก ในพื้นที่บ้านส้มป่อย หมู่ 9 ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้คนขับรถและผู้ติดตามได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คน ว่า ขณะเกิดเหตุอยู่ระหว่างเดินทางกลับบ้าน โดยระหว่างทางได้พูดคุยกับผู้ติดตามและคนขับรถตามปกติ เมื่อถึงจังหวะกำลังเลี้ยวรถเข้าบ้าน ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด โดยไม่ทราบทิศทางที่แน่ชัด กระสุนปืนถูกคนขับรถและผู้ติดตามจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
ในช่วงเกิดเหตุ ตนเองได้หมอบอยู่ภายในรถเพื่อความปลอดภัย กระทั่งตั้งสติได้จึงรีบโทรศัพท์แจ้งคนในครอบครัว และยังไม่กล้าลงจากรถในทันที เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายอาจซุ่มรออยู่ภายนอก เมื่อเห็นว่าปลอดภัยจึงรีบนำผู้บาดเจ็บทั้งสองรายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
ภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 ตกอยู่จำนวนหลายสิบนัด โดยจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายใช้รถกระบะสีขาวขับประกบก่อนใช้อาวุธปืนยิงจากด้านข้าง ซึ่งเชื่อว่ามุ่งหวังเอาชีวิต
อ่านข่าว :
ลอบยิงรถ "กมลศักดิ์" สส.พรรคประชาชาติ จ.นราธิวาส เจ็บ 2 คน เจ้าตัวหลบกระสุนได้ทัน
ไฟไหม้เรือประมงกว่า 10 ลำ ท่าเรือขนอม จ.นครศรีฯ วอดนับสิบล้าน
เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2569 เว็บไซต์ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เปิดเผยแถลงการณ์ผู้นำ 6 ประเทศ ได้แก่ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และ ญี่ปุ่น ร่วมประณามการกระทำของอิหร่าน ที่โจมตีเรือพาณิชย์และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงความพยายามปิดกั้นเส้นทางเดินเรือสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
แถลงการณ์ระบุว่า ผู้นำทั้ง 6 ประเทศมีความกังวลอย่างยิ่งต่อการยกระดับความรุนแรงในภูมิภาค พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านยุติการข่มขู่ การวางทุ่นระเบิดทางทะเล รวมถึงการใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีทันที
นอกจากนี้ ผู้นำทั้ง 6 ประเทศยังเรียกร้องให้อิหร่านปฏิบัติตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ โดยเน้นย้ำว่า "เสรีภาพในการเดินเรือ" เป็นหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงภายใต้กรอบของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล การกระทำของอิหร่านจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เนื่องจากการรบกวนเส้นทางขนส่งพลังงานและการค้าโลกถือเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ
ผู้นำทั้ง 6 ประเทศจึงเรียกร้องให้ยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ รวมถึงแหล่งน้ำมันและก๊าซโดยทันที พร้อมแสดงความพร้อมในการสนับสนุนความพยายามเพื่อให้การเดินเรือผ่านช่องแคบเป็นไปอย่างปลอดภัย ขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศดังกล่าวยังสนับสนุนการตัดสินใจขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA ในการปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกัน เพื่อลดแรงกดดันต่อราคาพลังงาน และระบุว่าจะดำเนินมาตรการเพิ่มเติม เช่น การร่วมมือกับประเทศผู้ผลิตในการเพิ่มกำลังการผลิต
นอกจากนี้ ยังมีแผนให้การสนับสนุนประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ผ่านกลไกของสหประชาชาติและสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและความไม่มั่นคง แถลงการณ์ปิดท้ายด้วยการย้ำว่า ความมั่นคงทางทะเลและเสรีภาพในการเดินเรือเป็นประโยชน์ต่อทุกประเทศในโลก พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และร่วมกันรักษาหลักการพื้นฐานของความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของโลก
อ่านข่าวอื่น :
"สีหศักดิ์" หารือทูตอิหร่านขอช่วย 3 ลูกเรือมยุรีนารี ให้เรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
"กาตาร์-ตุรกี" เรียกร้องอิหร่านหยุดโจมตีพลังงาน ย้ำมีสิทธิ์ตอบโต้ตามกฎหมาย
12 ชาติอาหรับ-อิสลาม ร่วมประณามอิหร่าน เตือนหยุดโจมตีทั่วภูมิภาค
"ใครจะรู้เรื่องเซอร์ไพรส์ดีเท่าญี่ปุ่น" ทรัมป์พาดพิง "เพิร์ลฮาร์เบอร์" ต่อหน้าทาคาอิชิ
"สีหศักดิ์" หารือทูตอิหร่านขอช่วย 3 ลูกเรือมยุรีนารี ให้เรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
รมว.ต่างประเทศ หารือ เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย ขอช่วยเหลือ 3 ลูกเรือ "มยุรีนารี" พร้อมขอเปิดให้เรือพาณิชย์ไทยเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย ขณะที่เอกอัครราชทูตฯ เห็นด้วยว่าไทยในฐานะมิตรประเทศ
วันนี้ (19 มี.ค.2569) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ หารือกับนายนอเศเรดดีน ฮัยแดรี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทย เพื่อย้ำคำขอของไทยเรื่องการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนบนเรือ "มยุรีนารี" โดยเฉพาะการสนับสนุนภารกิจด้านมนุษยธรรมดังกล่าวโดยกองทัพเรืออิหร่าน และการอนุญาตให้เรือพาณิชย์ไทยเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย
เอกอัครราชทูตอิหร่านฯ กล่าวว่า ได้แจ้งให้เมืองหลวงทราบคำขอดังกล่าวแล้ว โดยในหลักการทางการอิหร่านยินดีให้ความช่วยเหลือทั้งสองข้อ และพร้อมสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือลูกเรือไทย ส่วนประเด็นการผ่านช่องแคบฮอร์มุซของเรือพาณิชย์ไทยซึ่งรัฐมนตรีสองฝ่ายได้หารือร่วมกันแล้ว เอกอัครราชทูตฯ เห็นด้วยว่าไทยในฐานะมิตรประเทศควรได้รับอนุญาตให้เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซด้วย ทั้งนี้ รับจะไปติดตามให้เมืองหลวงมีความเห็นตอบกลับโดยเร็ว
รมว.ต่างประเทศ ได้ย้ำท่าทีไทยที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูต ซึ่งเอกอัครราชทูตฯ ได้ร้องขอให้ไทย รวมถึงประเทศอาเซียนพูดคุยกับประเทศคู่ขัดแย้งที่เกี่ยวข้องให้หยุดการโจมตีอิหร่านโดยเร็ว
อ่านข่าว :
โจมตี "ราส ลัฟฟาน" กาตาร์ ฉุดกำลังผลิต LNG หาย 17% ระงับส่งออก
"ใครจะรู้เรื่องเซอร์ไพรส์ดีเท่าญี่ปุ่น" ทรัมป์พาดพิง "เพิร์ลฮาร์เบอร์" ต่อหน้าทาคาอิชิ