

วันนี้ (15 เม.ย.2569) ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า กรมคุมประพฤติได้กำชับสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ดำเนินมาตรการเข้มข้นภายใต้แนวคิด ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ และ "คุมประพฤติร่วมสร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติภัยทางถนน" โดยนำผู้ถูกคุมความประพฤติร่วมทำกิจกรรมบริการสังคม สนับสนุนภารกิจของเจ้าหน้าที่ในจุดบริการประชาชน จำนวน 18 จุด มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวม 357 คน รวมถึงจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจรและโทษภัยของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำนวน 1 ครั้ง มีผู้เข้าร่วม 24 คน เพื่อสร้างความตระหนักรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง
จากการดำเนินงานดังกล่าว มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาและกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานครได้อย่างปลอดภัย ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ และสร้างวินัยจราจรอย่างยั่งยืนในสังคม
ในส่วนของสถิติคดี อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยว่า คดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติในวันที่ 14 เม.ย.2569 มีจำนวนทั้งสิ้น 667 คดี เนื่องจากศาลปิดทำการในหลายพื้นที่ โดยแบ่งเป็นคดีขับรถในขณะเมาสุรา 650 คดี คิดเป็นร้อยละ 97.5 และคดีขับเสพ 17 คดี คิดเป็นร้อยละ 2.5
ขณะที่สถิติคดีสะสมช่วง 5 วัน (10 – 14 เม.ย.2569) มีจำนวนรวม 3,961 คดี โดยเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 3,726 คดี คิดเป็นร้อยละ 94.07 คดีขับเสพ 230 คดี คิดเป็นร้อยละ 5.8 คดีขับรถประมาท 4 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.1 และคดีขับซิ่ง 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.03
สำหรับจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่ 651 คดี สมุทรปราการ 317 คดี และนนทบุรี 266 คดี
ทั้งนี้ กรมคุมประพฤติย้ำเตือนประชาชนให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะในช่วงเดินทางกลับหลังเทศกาล พร้อมขอความร่วมมือยึดหลัก "ดื่มไม่ขับ" อย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันลดอุบัติเหตุ สร้างความปลอดภัย และทำให้การเดินทางของทุกคนเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์
อ่านข่าว :
5 วันสงกรานต์เสียชีวิตรวม 191 คน บาดเจ็บ 911 คน เกิดอุบัติเหตุ 951 ครั้ง
วันนี้ (15 เม.ย.2569) รถถัง จิตรเมืองนนท์ นักมวยชื่อดังชาวไทย โพสต์ข้อความผ่าน Facebook ส่วนตัว "รถถัง จิตร์เมืองนนท์" ระบุ "ผมเซ็นสัญญาเมื่อปี 2022 ขอดูสัญญากว่าจะได้ก็พฤศจิกายน 2025" นอกจากนี้ยังกล่าวด้วยว่า เพราะตนเองอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ทำให้ไม่เข้าใจเนื้อหาในสัญญา จนนำไปสู่ปัญหาการถูกฟ้องร้องในที่สุด
ทั้งนี้เรื่องราวดังกล่าว สืบเนื่องจาก ONE ได้โพสต์ข้อความผ่าน Facebook ของตนเอง One Championship Thailand เมื่อ 14 เม.ย.2569 ระบุว่า ได้ดำเนินการทางกฏหมายในประเทศสิงคโปร์, ญี่ปุ่น และไทย ต่อ "รถถัง" แล้ว ฐานฝ่าฝืนข้อผูกพันตามสัญญาที่มีต่อ ONE หลายครั้ง โดยเฉพาะในประเด็นการแสดงข้อความที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อองค์กร ซึ่งถือเป็นการหมิ่นประมาท และยืนยันว่าที่ผ่านมา ได้ทำงานร่วมกับ "รถถัง" ด้วยความสุจริตใจ
"อย่างไรก็ตาม เมื่อข้อผูกพันตามสัญญาถูกเพิกเฉยหลายครั้ง เราจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเหมาะสมและเด็ดขาด เพื่อประโยชน์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายในระบบนิเวศของ ONE ขณะนี้กระบวนการตรวจสอบและสอบสวนยังคงดำเนินอยู่ และเราจะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป" ข้อความตอนหนึ่งจากโพสต์ดังกล่าว
สำหรับประเด็นที่ ONE ระบุว่า มีการโพสต์ข้อความในเชิงหมิ่นประมาทต่อองค์กรนั้น เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือน เม.ย. โดยรถถัง โพสต์ข้อความผ่าน Facebook ส่วนตัว ระบุว่า เขาถูกปลอมแปลงลายเซ็นในเอกสารสัญญากว่า 30 ฉบับ ก่อนที่วันที่ 14 เม.ย.2569 รถถัง พร้อมทนายความส่วนตัว จะได้เข้าแจ้งความที่ กองบังคับการปราบปราม พร้อมโพสต์ภาพแจ้งเลื่อนนัดผู้สื่อข่าวเนื่องจากมีการติดต่อขอเจรจา แต่ยืนยันว่าหากการเจรจาไม่เป็นผลสำเร็จ จะออกมาให้ข้อมูลอย่างชัดเจนอีกครั้ง จากนั้นช่วงค่ำวันเดียวกัน ONE Championship Thailand ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเรื่องการฟ้องร้อง ตามรายละเอียดที่กล่าวไปข้างต้น
อ่านข่าว
ภาคเหนือ ฝุ่น PM 2.5 ระดับสีแดง 22 พื้นที่ มากสุด อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน
กบน.ลดอุดหนุน "น้ำมันดีเซล" เหลือลิตรละ 5.89 บาท "B20" ที่ 11.67 บาท
ชาววาติกันไม่พอใจ "ทรัมป์" เห็นด้วย "พระสันตะปาปา" เรียกร้องสันติภาพ
วันนี้ (15 เม.ย.2569) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 (ศปถ.) เปิดเผยว่า ศปถ. ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 14 เม.ย.2569 ซึ่งเป็นวันที่ห้าของการรณรงค์ "ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ" เกิดอุบัติเหตุ 192 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 202 คน ผู้เสียชีวิต 30 คน
สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 38.54 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 28.13 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 72.88 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 77.08 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 30.73 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 15.01 –18.00 น. ร้อยละ 23.96 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20 - 29 ปี ร้อยละ 23.71 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ แพร่ (16 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ แพร่ (18 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปทุมธานี (3 คน)
สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 5 วันของการรณรงค์ (10 – 14 เม.ย.2569) เกิดอุบัติเหตุรวม 951 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 911 คน ผู้เสียชีวิต รวม 191 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ แพร่ (45 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ แพร่ (47 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (16 คน)
ขณะที่วันนี้เป็นวันหยุดวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มทยอยเดินทางกลับกรุงเทพมหานครและจังหวัดใหญ่ตามภูมิภาค และบางส่วนยังอยู่ท่องเที่ยวต่อในพื้นที่ ทำให้ถนนหลายสายมีปริมาณค่อนข้างมากและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ศปถ. จึงประสานจังหวัดให้ปรับแผนการดำเนินงานสร้างความปลอดภัยทางถนนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยบูรณาการตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และหน่วยงานในพื้นที่ บริหารจัดการจราจรและอำนวยความสะดวกการเดินทางเพื่อเตรียมรองรับการเดินทางกลับของประชาชน โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการการจราจร มิให้เกิดปัญหาติดขัดคับคั่งในทางสายหลักและถนนที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง
ส่วนถนนที่มีการจราจรหนาแน่นให้เร่งระบายรถ เปิดช่องทางพิเศษ ปิดจุดกลับรถ ปรับสัญญาณไฟจราจรให้สอดคล้องกับช่วงเวลาการเดินทางของประชาชน รวมทั้งให้พิจารณาตั้งจุดตรวจ และจุดบริการในบริเวณที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการหลับในและการขับรถชนท้าย อีกทั้งให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจเข้มงวดการเรียกตรวจยานพาหนะในเส้นทางเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยเฉพาะเส้นทางตรงระยะทางไกลซึ่งผู้ขับขี่มักจะใช้ความเร็วสูง อีกทั้งประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ป้องกันอุบัติเหตุจากการง่วงแล้วขับ
นอกจากนี้ ศปถ. ยังกำชับพื้นที่บังคับใช้กฎหมายตาม "มาตรการ 10 ข้อหาหลัก" อย่างเข้มงวดต่อเนื่อง ทั้งการคุมเข้มพื้นที่เล่นน้ำและสถานที่ท่องเที่ยว เพิ่มความเข้มข้นของ "ด่านชุมชน" และ "ด่านครอบครัว" เพื่อป้องปรามและตักเตือนผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงด้วยมาตรการ “ดื่มแล้วขับ จับจริง” ซึ่งจะมีการดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดและส่งเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติตามที่กฎหมาย
ด้านนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการ ศปถ. เปิดเผยว่า ศปถ. ได้สั่งการทุกจังหวัดให้เตรียมเที่ยวการขนส่งโดยสารสาธารณะ ทั้งทางถนน ทางราง และทางอากาศให้เพียงพอ พร้อมคุมเข้มความปลอดภัยโดยให้สำนักงานขนส่งจังหวัดตรวจความพร้อมรถและพนักงานขับรถตาม Checklist ณ สถานีขนส่ง จุด Checking Point และจุดพักรถ โดยพนักงานต้องมีใบอนุญาตถูกต้อง แอลกอฮอล์เป็นศูนย์ และชั่วโมงขับรถไม่เกินกฎหมายกำหนด
ส่วนรถโดยสารต้องมีอุปกรณ์ความปลอดภัยครบ ที่สำคัญ พนักงานและผู้ให้บริการห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยาที่มีฤทธิ์กดประสาทเด็ดขาดเพื่อป้องกันการหลับใน และห้ามใช้ความเร็วเกินกำหนด จอดรับส่งตรงป้าย หากพบผู้ฝ่าฝืนจะลงโทษตามกฎหมายทันที เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทางของประชาชนทุกรูปแบบ และขอให้ผู้ขับขี่รถทุกประเภทประเมินความพร้อมของสภาพร่างกายก่อนขับรถ และตรวจเช็กสภาพรถก่อนเดินทางกลับ หากอ่อนเพลียหรือง่วงห้ามฝืนขับเด็ดขาด ควรจอดพักรถทุก 1 - 2 ชั่วโมงตามจุดบริการหรือสถานีบริการน้ำมัน
อ่านข่าว :
ปิดฉากสงกรานต์สีลม 69 ยอดรวม 3 วัน มากกว่า 6.5 แสนคน
ยอดสะสม 4 วันช่วงสงกรานต์ ปชช.ใช้ขนส่งสาธารณะ 10 ล้านคน
ศปถ. เผย "สงกรานต์ 2569" 4 วัน อุบัติเหตุสะสมพุ่ง 755 ครั้ง เสียชีวิต 154 คน
วันนี้ (15 เม.ย.2569) สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงน่าเป็นห่วง หลังเกิดไฟป่าปะทุขึ้นหลายจุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมีรายงานว่าบางพื้นที่อาจเกิดจากการลักลอบเผา ส่งผลให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว และขยายวงเข้าใกล้ชุมชน
เจ้าหน้าที่ป้องกันไฟ ระบุว่า แนวไฟหลายจุดอยู่ในพื้นที่ลาดชัน และเข้าถึงได้ยาก ประกอบกับสภาพอากาศแห้งและกระแสลมแรง ทำให้การควบคุมไฟเป็นไปด้วยความยากลำบาก และเพิ่มความเสี่ยงต่อชีวิต สุขภาพ และทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่
"พระครูอ๊อด" วัดเจดีย์หลวงเชียงใหม่ พร้อมทีมงานมูลนิธิเพชรเกษม และอาสาสมัคร ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจดับไฟป่าอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในช่วงวันหยุดเทศกาล โดยเน้นการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงใกล้ชุมชน เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามเข้าพื้นที่อยู่อาศัย
ช่วงค่ำของวันที่ 14 เม.ย.2569 ทีมอาสาสมัครได้นำโดรนขึ้นบินสำรวจพื้นที่ พบแนวไฟหลายจุดอยู่ในระยะใกล้ชุมชน แต่ยังไม่สามารถเข้าดับไฟได้ทันที เนื่องจากข้อจำกัดด้านทัศนวิสัยในเวลากลางคืน เส้นทางที่มีความลาดชัน และความไม่คุ้นเคยของพื้นที่
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอความร่วมมือประชาชนงดเผาในที่โล่งทุกกรณี และหากพบเห็นการลักลอบเผาหรือมีจุดความร้อนในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ไฟป่ารุนแรงมากขึ้น
ด้าน เพจ กรมอุทนยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รายงานเมื่อ 14 เม.ย.2569 ระบุว่า อธิบดีกรมอุทยานฯ และอธิบดีกรมป่าไม้ มีคำสั่งปิดป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติทุกพื้นที่ที่เกิดไฟป่า ห้ามบุคคลภายนอกเข้าพื้นที่ป่าธรรมชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนดำเนินคดีเด็ดขาด
ด้านศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควัน (ส่วนหน้า ภาคเหนือ) โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รายงานข้อมูล hotspot จากดาวเทียม Suomi NPP (ระบบ VIIRS) 17 จังหวัดภาคเหนือ ของวันนี้ รอบเช้า 02.02 น. พบจุดความร้อน 2ฅ376 จุด ส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 1,512 จุด และจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดคือ จ.น่าน 339 จุด
สำหรับรายละเอียดต่างๆ มีดังนี้
-ป่าอนุรักษ์ 1,512 จุด
-ป่าสงวนแห่งชาติ 738 จุด
-นอกพื้นที่ป่า 126 จุด
รวม จำนวน 2,376 จุด
แยกรายจังหวัด
1. น่าน 339 จุด
2. เชียงราย 294 จุด
3. เชียงใหม่ 270 จุด
4. แม่ฮ่องสอน 210 จุด
5. เพชรบูรณ์ 195 จุด
6. อุตรดิตถ์ 148 จุด
7. แพร่ 142 จุด
8. ลำปาง 129 จุด
9. พะเยา 120 จุด
10. ตาก 116 จุด
11. พิษณุโลก 110 จุด
12. อุทัยธานี 94 จุด
13. กำแพงเพชร 69 จุด
14. นครสวรรค์ 69 จุด
15. สุโขทัย 50 จุด
16. ลำพูน 19 จุด
17. พิจิตร 2 จุด
อ่านข่าว
ไฟป่า อ.ร้องกวาง ยังรุนแรง ลามต่อเนื่องเส้นทาง "แพร่ - น่าน"
"สุชาติ" ห่วงใยเจ้าหน้าที่ไฟป่า สั่งดูแลเต็มที่หลังบาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่